
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมวุฒิสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ตั้งกระทู้ถามสดถึง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เรื่องแนวทางการส่งเสริมความก้าวหน้าของพยาบาลวิชาชีพ ท่ามกลางเสียงสะท้อนปัญหาขาดแคลนบุคลากรและภาระงานที่กำลังวิกฤตในระบบสาธารณสุขไทย
นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลประจำจังหวัด เผชิญปัญหาผู้ป่วยล้นระบบ ขณะที่จำนวนพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิคในปี 2568 มีเพียง 109,942 อัตรา หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 64 ของกรอบอัตรากำลังที่ควรมี ส่งผลให้สัดส่วนพยาบาลต่อประชากรไทยอยู่ที่ 1 ต่อ 343 สูงกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ 1 ต่อ 107

นพ.เปรมศักดิ์ระบุอีกว่า พยาบาลจำนวนมากต้องทำงานเกิน 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทั้งที่มาตรฐานความปลอดภัยกำหนดไว้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง ต้องรับภาระแทนเพื่อนร่วมงานที่ลาป่วย ลาคลอด หรือศึกษาต่อ จนกระทบทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย
นอกจากนี้ ยังสะท้อนปัญหาค่าตอบแทน สวัสดิการ และเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ไม่สอดคล้องกับภาระงาน โดยเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งเพิ่มการบรรจุพยาบาล ปรับระบบค่าตอบแทน เปิดทางเลื่อนตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษได้ทุกตำแหน่ง และผลักดันการจัดตั้ง “กรมการพยาบาล” ขึ้นในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

ช่วงหนึ่งของการอภิปราย นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอย่างเผ็ดร้อนว่า กระทรวงสาธารณสุขดำเนินงานมานานกว่า 100 ปี แต่ยังไม่ให้ความสำคัญกับวิชาชีพพยาบาลอย่างจริงจัง พร้อมเปรียบเปรยถึงรัฐมนตรีสาธารณสุขว่า แม้ช่วงแรกจะไม่มีใครรู้จัก แต่เมื่อเข้ามาบริหารแล้วต้องสร้างผลงานให้ประชาชนเห็น ไม่เช่นนั้นปลายปีสื่ออาจถูกตั้งฉายาเป็น “รัฐมนตรีโลกลืม” ดังนั้นเรื่องใดที่อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขทำไว้ดีแล้วให้สานงานต่ พร้อมฝากถึงการแต่งตั้งโยกย้ายว่า “ขอให้ปลอดการซื้อขายเก้าอี้”
ด้านนายพัฒนา ชี้แจงว่า หลังเข้ารับตำแหน่งได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลหลายแห่ง และเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ยืนยันไม่มีการจัดฉากต้อนรับ พร้อมยอมรับว่าพยาบาลจำนวนมากทำงานหนักเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะบางพื้นที่ที่ขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก
รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างเร่งบรรจุตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเติมอีกประมาณ 3,800 อัตรา และกำลังจัดทำแผนระยะยาวเพื่อเพิ่มบุคลากรอีกหลายหมื่นอัตรา รวมถึงเตรียมบรรจุแพทย์และพยาบาลเพิ่มเติมในเดือนมิถุนายนนี้

นายพัฒนา ยังยอมรับว่า ปัญหาการเลื่อนไหลตำแหน่งของพยาบาลยังติดข้อระเบียบของสำนักงาน ก.พ. เช่นเดียวกับสายงานเภสัชกรและรังสีการแพทย์ แต่ยืนยันว่ากระทรวงเห็นความสำคัญของพยาบาลไม่ต่างจากวิชาชีพอื่น และกำลังหารือร่วมกับสภาการพยาบาลเพื่อหาแนวทางแก้ไข
พร้อมกันนี้ รมว.สาธารณสุขยืนยันหนักแน่นว่า “การโยกย้ายไม่มีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง” และการลงพื้นที่ตรวจโรงพยาบาลแต่ละครั้ง ได้แจ้งไปว่าไม่จำเป็นต้องมาต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่อย่างเอิกเกริก เพราะตนเป็นคนง่ายๆ มุ่งแก้ปัญหาให้หน้างานจริง ๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดเล็กที่มีงบประมาณและบุคลากรจำกัด เมื่อไปแล้วได้ประโยชน์นำสิ่งที่เป็นปัญหามาปรับปรุงแก้ไข
