
สนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเริ่มคึกคัก พรรคประชาชนเปิดฉากหาเสียงอย่างเป็นทางการ ส่ง “โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลงชิงเก้าอี้พ่อเมืองหลวง พร้อมเปิดชุดนโยบาย “เมืองแคร์คน” หวังพลิกกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ “อยู่ได้ ตั้งตัวง่าย และแก่ไปอย่างมีคุณภาพ”
เมื่อเช้าวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “โจ” ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน นำทีมแกนนำพรรค อาทิ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รวมถึงว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครบทั้ง 50 เขต เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งและจับสลากหมายเลข

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเดินทางของคณะทั้งหมด ซึ่งเลือกใช้ “รถเมล์ EV” เป็นพาหนะ เพื่อสะท้อนแนวคิดลดมลพิษและประหยัดพลังงาน ตั้งแต่วันแรกของการเปิดศึกเลือกตั้ง
นายชัยวัฒน์ ประกาศว่า วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการหาเสียงอย่างเป็นทางการ หลังพรรคประชาชนเปิดตัววิสัยทัศน์ “กรุงเทพง่ายๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน” มาก่อนหน้านี้ โดยย้ำว่า เป้าหมายในอีก 4 ปีข้างหน้า คือการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีสวัสดิการดูแลประชาชนทุกช่วงวัย และเปิดโอกาสให้ทุกคนสร้างชีวิตที่มั่นคงได้
“เมืองต้องแคร์คน เพราะคนคือผู้สร้างเมือง ถ้าคนอยู่ไม่ได้ เมืองก็เดินต่อไม่ได้” ชัยวัฒน์กล่าว

พร้อมกันนี้ พรรคประชาชนยังเปิดตัว “10 นโยบายเรือธง” ภายใต้แนวคิด “เมืองแคร์คน” ซึ่งคัดมาจากกว่า 40 นโยบาย ครอบคลุมตั้งแต่เศรษฐกิจ ปากท้อง ขนส่ง สาธารณสุข ไปจนถึงคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยและเด็กเล็ก
10 นโยบายสำคัญประกอบด้วย
- เพิ่มพื้นที่ค้าขายค่าเช่าถูก แก้ปัญหาส่วย
- กระตุ้นเศรษฐกิจรายย่อย ลุ้นรางวัลรวม 10 ล้านบาทต่อเดือน
- เปลี่ยนศูนย์ฝึกอาชีพเป็นแพลตฟอร์มรีสกิล สร้างงาน 2 แสนตำแหน่งใน 4 ปี
- เพิ่มศูนย์ดูแลผู้สูงวัยใกล้ชุมชน 10 แห่ง
- จ้างงานกว่า 5,000 ตำแหน่ง ดูแลผู้ป่วยติดเตียงฟรี

- อัปเกรดศูนย์เด็กเล็ก รับเด็กตั้งแต่ 6 เดือน เปิดถึง 18.00 น.
- แก้ปัญหาใบส่งตัว เพิ่มโควต้าบัตรทองใน กทม. เป็น 1 ล้านคน
- ขยายเส้นทางรถเมล์ ปรับปรุงป้ายรถเมล์ทุกป้ายให้มีหลังคาและที่นั่ง
- ฟื้นฟูคลอง พัฒนาเรือเมล์ ทางเดิน และเลนจักรยานริมคลอง
- เปิดให้ประชาชนร่วมออกแบบงบพัฒนาเขตผ่านระบบ Participatory Budgeting
อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือการประกาศ “ไม่ติดป้ายหาเสียงผู้ว่าฯ” ของนายชัยวัฒน์ โดยเขาระบุว่า จะมีเพียงป้าย สก. เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อลดผลกระทบต่อการสัญจรและลดการใช้ทรัพยากร ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดจำนวนป้ายหาเสียงได้มากกว่า 30,000 ป้าย

“ถ้าหาป้ายโจไม่เจอ ไม่ต้องตกใจ เพราะเราเลือกไม่ใช้ป้ายผู้ว่าฯกทม. เพื่อไม่ให้เมืองรก” ชัยวัฒน์กล่าว พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนจะใช้ป้ายหาเสียงน้อยที่สุดนับตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่
นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ยังตอบคำถามเปรียบเทียบกับ “นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตผู้ว่าฯ กทม. อย่างตรงไปตรงมา โดยชี้ว่า หนึ่งในปัญหาที่นายชัชชาติยังแก้ได้ไม่ดี คือเรื่องคอร์รัปชัน แนวทางของตนจะเน้น “ตัดไฟแต่ต้นลม” ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจสอบ TOR เพื่อไม่ให้การทุจริตเกิดขึ้นตั้งแต่แรก หลายเรื่องอาจเกินอำนาจผู้ว่าฯ แต่ต้นตอของปัญหา ผู้ว่าฯ กทม.จัดการได้แน่นอน
นายชัยวัฒน์ กล่าวย้ำว่า ผู้ว่าฯ กทม. ต้องไม่ใช้คำว่า “ไม่ใช่อำนาจ” เป็นข้ออ้าง โดยเฉพาะปัญหาที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรทอง ใบส่งตัว รถเมล์ ค่าโดยสาร หรือที่อยู่อาศัยราคาถูก หน้าที่ของพ่อเมือง คือเป็นเจ้าภาพวิ่งหาความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน เพื่อแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ ไม่ใช่ผลักภาระแล้วบอกว่าเกินอำนาจ

