
นายกรัฐมนตรีถกอดีตผู้นำอังกฤษ 3 สมัย ขอคำปรึกษา TBI ดันเศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับภาครัฐด้วย AI พร้อมทบทวนกติกา Data Center ให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุด
เมื่อวันที่ 14 กันยายน เวลา 08.30 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ เซอร์ โทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร 3 สมัย และประธานบริหาร Tony Blair Institute for Global Change หรือ TBI หารือทิศทางยกระดับเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางการแข่งขันทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ รัฐบาลต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล AI อุตสาหกรรมขั้นสูง และพลังงานสะอาด ควบคู่กับการปฏิรูประบบราชการให้คล่องตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น
นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ประสบการณ์ของเซอร์ โทนี่ แบลร์ และ TBI ซึ่งทำงานร่วมกับรัฐบาลหลายประเทศ จะเป็นประโยชน์ต่อไทย โดยเฉพาะการเชื่อมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเข้ากับเทคโนโลยี การลงทุน และการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐ เพื่อให้แผนนโยบายสามารถเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง

ระหว่างการหารือ นายกรัฐมนตรีขอรับฟังมุมมองเกี่ยวกับสิ่งที่ไทยควรเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมขั้นสูง การใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ สร้างทักษะและรายได้ใหม่ให้ประชาชน รวมถึงการยกระดับระบบราชการผ่าน e-Government และ AI Governance
อีกประเด็นสำคัญคือเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ซึ่งรัฐบาลกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และตั้งเป้าให้ไทยเข้าเป็นสมาชิกอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2571

นายกรัฐมนตรีเสนอให้ผู้ประสานงานฝ่ายไทยหารือกับทีม TBI อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะด้านการเปลี่ยนผ่านสีเขียว การเปลี่ยนผ่านด้าน AI และดิจิทัล เพื่อช่วยเร่งกระบวนการยกระดับมาตรฐานของไทยไปสู่เกณฑ์ OECD
สำหรับการพัฒนา AI นายกรัฐมนตรีระบุว่า เทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ไทยจึงต้องเร่งเตรียมพร้อมทั้งกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ขณะเดียวกันรัฐบาลกำลังทบทวนหลักเกณฑ์การลงทุน Data Center เพื่อให้การลงทุนที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด โดยไม่ละเลยผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านเซอร์ โทนี่ แบลร์ ให้ความสำคัญกับประเด็น “ข้อมูล” โดยมองว่า ไทยไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ตั้ง Data Center แต่ควรมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของและนำข้อมูลไปต่อยอดพัฒนาแอปพลิเคชันที่เหมาะกับบริบทของประเทศ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทยเติบโตได้มากขึ้น
นายกรัฐมนตรีได้ยกตัวอย่างการพบกับบริษัท Canva ระหว่างการเยือนออสเตรเลีย ซึ่งพบว่ามีบุคลากรชาวไทยทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงศักยภาพของคนไทยที่สามารถก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกได้

ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงโจทย์พลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยเซอร์ โทนี่ แบลร์ เห็นด้วยกับแนวทางของไทย รวมถึงการผลักดัน Solar Roof และมองว่าเทคโนโลยีพลังงานในอนาคตไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน แต่ยังอาจกลายเป็น “แต้มต่อ” ในการเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศ
อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษยังมองว่า ท่ามกลางความขัดแย้งและความไม่แน่นอนของโลก ไทยสามารถวางบทบาทของตัวเองในฐานะมิตรประเทศและส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างเหมาะสม

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีขอบคุณเซอร์ โทนี่ แบลร์ สำหรับข้อเสนอและประสบการณ์ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลต้องการให้การหารือครั้งนี้ไม่จบเพียงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ต้องต่อยอดไปสู่ “ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม” ทั้งด้านเศรษฐกิจ AI ดิจิทัล พลังงาน การเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ และการผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD
ทั้งนี้ เซอร์ โทนี่ แบลร์ แสดงความพร้อมให้ข้อมูลและคำปรึกษาแก่รัฐบาลไทย พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างไทยกับ TBI ในระยะต่อไป


