ไทยโชว์โมเดล ‘ภูมิคุ้มกันประชาชน’ บนเวทีประชุม IMF-World Bank ชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

นายกรัฐมนตรีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติยักษ์รับการประชุม IMF ชู “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นเข็มทิศฝ่าวิกฤตโลกผันผวน ท่ามกลางสายตาผู้แทน 191 ประเทศ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า : เสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง” (The Royal Legacy: Empowering People, Building Resilience) อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบุคคลสำคัญระดับโลกที่ตบเท้าเข้าร่วมคับคั่ง อาทิ Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก และ Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

การจัดนิทรรศการครั้งนี้ถูกจัดขึ้นคู่ขนานไปกับการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ IMF และกลุ่มธนาคารโลก (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานมหัคฆะระดับโลก ระหว่างวันที่ 12 ถึง 18 ตุลาคม 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมจาก 191 ประเทศทั่วโลกมากกว่า 15,000 คน ทั้งผู้กำหนดนโยบายการเงินระดับโลก ผู้บริหารสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ ภาคเอกชน และนักวิชาการชั้นนำ

งัดปรัชญา “พ่อหลวง” สยบวิกฤตโลก

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาเปิดงานโดยชูหัวข้อหลัก “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งสะท้อนหมุดหมายความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการวาง “ประชาชน” เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาท่ามกลางกระแสโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยหัวใจสำคัญที่ประเทศไทยนำเสนอต่อสายตาชาวโลก คือการน้อมนำ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อันมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแกนหลัก

“ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ พระราชกรณียกิจของพระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า หลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี บนพื้นฐานของความรู้และคุณธรรม คือคำตอบของทุกความเปลี่ยนแปลง และความก้าวหน้าที่แท้จริงนั้น วัดกันที่ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้ แต่ต้องวัดที่ความเข้มแข็งของชุมชนและการดูแลสิ่งแวดล้อม” นายอนุทิน เน้นย้ำ

นับถอยหลัง 100 ปีวันพระราชสมภพ

การจัดนิทรรศการภายใน Royal Pavilion ครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ปีครบรอบ 100 ปีแห่งวันพระราชสมภพของในหลวง ร.9 ในปี 2570 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานจากนานาประเทศได้ประจักษ์ถึงแนวพระราชดำริและโครงการพัฒนาต่างๆ ที่แปลงหลักการนามธรรมให้กลายเป็นรูปธรรม ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนสามารถยืนหยัดสู้ภัยวิกฤตเศรษฐกิจโลกได้อย่างมั่นคง

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า นิทรรศการระดับโลกครั้งนี้ จะเป็นพลังขับเคลื่อนและสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาคมโลกมุ่งหน้าสู่การพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเข้มแข็งร่วมกันต่อไป