
กกต.ลงมติคดีใหญ่ “ฮั้ว สว.” หลังถกสำนวนถึง 11 ครั้ง เอกสารกว่า 75,000 หน้า ส่งศาลฎีกาดำเนินคดี 77 คน ในจำนวนนี้เป็น สว.26 ราย ขณะที่ กก.บห.พรรคภูมิใจไทยรอดหมด
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ตั้งแต่เวลา 10.00 น. คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ได้เข้าประชุมเพื่อพิจารณาและลงมติสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ “คดีฮั้ว สว.” ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิด หลังคดีดังกล่าวยืดเยื้อมานานและมีผู้ถูกร้องจำนวนมาก

บรรยากาศโดยรอบสำนักงาน กกต. เป็นไปอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.2 พร้อมกำลังจาก สน.ทุ่งสองห้อง สน.ประชาชื่น และ สน.ดอนเมือง รวมประมาณ 200 นาย เข้าดูแลความเรียบร้อย พร้อมจำกัดพื้นที่บริเวณชั้น 2 ซึ่งใช้เป็นสถานที่แถลงข่าว ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้ลงทะเบียนเข้าพื้นที่ โดยประชาชนและผู้สังเกตการณ์สามารถติดตามการแถลงผ่านจอถ่ายทอดบริเวณหน้าสำนักงาน กกต. และช่อง YouTube ECT Thailand
กระทั่งเวลา 15.45 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงผลการพิจารณาสำนวน
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต.ได้ลงมติสำนวนการไต่สวนการเลือก สว.แล้ว โดยก่อนหน้านี้ กกต.ได้รับเรื่องคัดค้านเกี่ยวกับการเลือก สว.รวม 610 เรื่อง วินิจฉัยแล้ว 593 เรื่อง เหลืออีก 17 เรื่อง และมีมติดำเนินคดีอาญาผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามไปแล้ว 1,076 ราย

สำหรับคดีที่ถูกจับตาครั้งนี้ กกต.แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ขึ้นตรวจสอบ โดยข้อเท็จจริงมีผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 คน ไม่ใช่ 229 คน ตามที่ถูกเรียกกันก่อนหน้านี้
ส่วนความเห็นของคณะวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36 นั้น แต่ละชั้นของการพิจารณาสามารถมีความเห็นแตกต่างกันได้ และไม่ได้มีผลผูกพันว่า กกต.จะต้องวินิจฉัยไปในแนวทางเดียวกัน เนื่องจากเป็นเพียงข้อมูลประกอบการพิจารณา
สำนวนคดีนี้มีเอกสารรวมถึง 75,722 หน้า ผู้ถูกร้อง 427 คน และมีข้อกล่าวหาทั้งหมด 7 ประเด็น ทำให้ กกต.ต้องใช้เวลาพิจารณาสำนวนรวม 11 ครั้ง ก่อนมีมติในที่สุด

ข้อกล่าวหาทั้ง 7 ประเด็น ครอบคลุมตั้งแต่กรณีกรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เข้าไปช่วยเหลือผู้สมัครให้ได้รับเลือกเป็น สว. รวมถึงกรณีผู้สมัครยินยอมรับความช่วยเหลือจากบุคคลทางการเมือง
นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การแนะนำตัว การให้หรือเสนอให้ทรัพย์สินและผลประโยชน์เพื่อจูงใจลงคะแนน การจัดเลี้ยงเพื่อจูงใจ ตลอดจนการเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์เพื่อแลกกับการสมัคร การเลือก หรือไม่เลือกบุคคลใด
ล่าสุด กกต.มีมติให้ส่งศาลฎีกาดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องรวม 77 คน แบ่งเป็น สว. 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก 36 คน และบุคคลอื่นอีก 15 คน ขณะที่กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยไม่ถูกดำเนินคดีในสำนวนนี้
สำหรับ กกต.ชุดปัจจุบันมีทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต., นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ, นายชาย นครชัย, นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์, นายณรงค์ รักร้อย และนายจิรุตม์ วิศาลจิตร

