
พรรคกล้าธรรมจัดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งอย่างยิ่งใหญ่ ที่โรงเรียนพานพิทยาคม ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนจากหลายพื้นที่ในอำเภอพานและพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาร่วมรับฟังแนวทางการทำงานและนโยบายของพรรคเป็นจำนวนมาก
เวทีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดเชียงรายของพรรคกล้าธรรม โดยมีแกนนำสำคัญของพรรคขึ้นร่วมปราศรัยอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมฝ่ายสังคม ซึ่งต่างสะท้อนปัญหาในพื้นที่ควบคู่กับการนำเสนอนโยบายที่พรรคต้องการผลักดัน หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

นางปวีณา หงสกุล กล่าวปราศรัยถึงภาพรวมปัญหาสังคมไทยในปัจจุบันว่า ประเทศกำลังเผชิญความเปราะบางในหลายมิติ ทั้งปัญหาครอบครัว ความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ปัญหาปากท้อง หนี้สิน และยาเสพติด ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง จากประสบการณ์ทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และช่วยเหลือเด็ก สตรี และครอบครัวมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ทำให้เห็นว่าปัญหาเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังในระดับนโยบาย
นางปวีณาระบุว่า ปัญหายาเสพติดที่ผ่านมา แม้รัฐจะดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่ชัดเจน โดยแยกการจัดการระหว่างผู้ค้าและผู้เสพอย่างเป็นระบบ ผู้ค้ายาเสพติดต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดจริงจัง ขณะที่ผู้เสพควรได้รับโอกาสในการบำบัดฟื้นฟูระยะยาว ควบคู่กับการฝึกทักษะอาชีพและการจัดหางาน เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมั่นคง มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว และไม่หวนกลับไปสู่วงจรเดิม พร้อมย้ำว่า พรรคกล้าธรรมตั้งใจผลักดันเรื่องดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กล่าวถึงประเด็นทางการเมืองว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของหลายพรรคการเมืองที่ประชาชนเห็นกับผู้มีอำนาจตัดสินใจตัวจริง มักไม่ใช่คนเดียวกัน เมื่อถึงเวลาบริหารประเทศ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญกลับเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ได้แสดงตัวต่อประชาชน พร้อมยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า “เลือก ท. ได้ ธ. เลือก อ. ได้ น. เลือก ช. ได้ ย.”
ศ.ดร.นฤมล ระบุว่า พรรคกล้าธรรมยึดหลักความชัดเจนและความโปร่งใส โดยเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว เพราะเป็นผู้ทำงานและรับผิดชอบด้วยตนเอง ไม่หลบอยู่เบื้องหลังหรือให้ผู้อื่นชี้นำ พร้อมย้ำว่า การเมืองต้องตรงไปตรงมา และประชาชนควรได้ผู้นำที่กล้าแสดงตัวและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวปราศรัยถึงการลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายก่อนหน้านี้ว่า ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมากเกี่ยวกับความต้องการเห็นการพัฒนาในจังหวัด ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิต พร้อมยกตัวอย่างประสบการณ์และผลงานการทำงานในจังหวัดพะเยา ซึ่งถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาในหลายด้าน
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า แม้ตนเองจะมีอายุ 61 ปี ไม่ใช่นักการเมืองรุ่นใหม่ในเชิงวัย แต่มีประสบการณ์และผลงานที่สามารถนำมาใช้ในการทำงานได้ทันที พร้อมตั้งคำถามกับประชาชนว่าพร้อมหรือไม่ที่จะเปิดโอกาสให้แนวทางการทำงานใหม่ ๆ เข้ามาบริหารประเทศ

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังวิพากษ์นโยบายของรัฐบาลชุดก่อนว่า เป็นนโยบายที่ขายความหวังและขายความฝัน โดยตั้งคำถามถึงนโยบายแจกเงิน 10,000 บาทว่า ประชาชนได้รับเงินจริงหรือไม่ เพราะยังไม่ได้ของเดิม แต่กลับมีการนำเสนอนโยบายใหม่ออกมาอีก พร้อมย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่ดำเนินนโยบายกู้เงินมาแจกจนประเทศเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจ
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่เสนอนโยบายที่ทำไม่ได้จริง และจะยึดหลักความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ “สิ่งที่เราพูดต้องทำได้ พูดแล้วต้องลงมือทำจริง ไม่ใช่พูดให้ประชาชนมีความหวัง แล้วสุดท้ายต้องผิดหวัง”

