กว้างถุงปลาร้าใส่กกต.ระบายแค้นเลือกตั้งซ้ำซากลั่น องค์กรพึ่งไม่ได้ก็อย่าอยู่

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกิดเหตุประท้วงสุดฉาว เมื่อ นายเทวา อดีตครูสอนเทนนิส สวมชุดเทนนิสสีขาว ถือไม้เทนนิส เดินทางมายังหน้าอาคารสำนักงาน กกต. ก่อนจะ ขว้างถุงปลาร้าใส่ผนังด้านหน้าอาคาร ท่ามกลางความแตกตื่นของเจ้าหน้าที่และผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว

นายเทวา เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า การกระทำครั้งนี้เกิดจากความรู้สึก อัดอั้นและทนไม่ไหว หลังติดตามข่าวสารการเลือกตั้งในโลกโซเชียล โดยมองว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเต็มไปด้วยปัญหา ตั้งแต่กรณี “บัตรเขย่ง” จนถึงความผิดปกติของการนับคะแนนที่ยังคงเกิดซ้ำ

“กกต. ควรเป็นที่พึ่งของประชาชน แต่กลับทำให้มันเน่าเหม็น ไหน ๆ ก็เน่าเหม็นแล้ว ผมเลยเอาเงิน 100 บาทที่มี ไปซื้อปลาร้ามาปาใส่” นายเทวา กล่าว

นายเทวา ระบุอีกว่า เดิมตั้งใจจะปาถุงปลาร้าเข้าไปภายในอาคารสำนักงาน กกต. แต่เปลี่ยนใจเพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะได้รับความเดือดร้อน “เดี๋ยวน้องเขาจะเปอะเปื้อน เลยปาแค่ตรงนี้”

เมื่อถูกถามถึงกระแสเรียกร้องให้ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ นายเทวา กล่าวว่า หากกระบวนการโปร่งใสจริง ก็ไม่จำเป็นต้องนับใหม่ เพราะจะสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน พร้อมตั้งคำถามถึงความผิดปกติของผลคะแนนที่ปรากฏเป็นช่วง ๆ หลายจังหวัด “ประชาชนเขามีตา ตาเป็นสับปะรด โตขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องมาบอกแล้ว”

ขณะที่เมื่อถามถึง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. นายเทวา กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ลาออกได้ก็ลาออกไปเลย พึ่งพาไม่ได้ก็อย่ามาเป็น” ส่วนประเด็นผลทางกฎหมายจากการกระทำดังกล่าว นายเทวา ระบุว่า ตนเองรับรู้และพร้อมรับผลที่ตามมา

“ไม่เป็นไร ลุงพร้อมอยู่แล้ว คราวที่แล้วก็โดนปรับ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ลุงมาเอง อยู่ปากเกร็ดก็เดินมา เดี๋ยวก็จะอายุ 70 แล้ว”

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายเทวาไปสอบสวนที่ สน.ทุ่งสองห้อง ขณะที่เจ้าหน้าที่อาคารได้เร่งทำความสะอาดบริเวณที่ถูกปลาร้าปาใส่

สำหรับ นายเทวา ไม่ใช่ผู้ประท้วงหน้าใหม่ โดยเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกัน ด้วยการนำถุงปลาร้าไปปาที่ หน้าห้องรับเรื่องร้องเรียนของสำนักงาน กกต. จนสำนักงานต้องปิดทางเข้าดังกล่าว และปรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ให้ใช้เพียงประตูหน้าเพื่อคัดกรองบุคคล แต่ปรากฏว่า นายเทวา ยังสามารถเข้าไปภายในอาคารได้อีกครั้ง

เหตุการณ์ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อน ความไม่ไว้วางใจของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง ที่ยังคงปะทุขึ้นเป็นระยะ และกลายเป็นแรงกดดันต่อองค์กรอิสระอย่าง กกต. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้