กู้หมื่นเดียวชีวิตพัง! ยืมเงินซื้อชุดนร.หลานสุดท้ายถูกแก๊งทวงหนี้ขู่ฆ่ายกครัวยาย 87 ผวาทั้งบ้าน

ความคืบหน้ากรณีสองพี่น้องชาวตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบตามทวงหนี้อย่างหนัก จนหวาดผวาทั้งครอบครัว หลังไปกู้เงินจำนวน 10,000 บาท เพื่อซื้อชุดนักเรียน รองเท้า และอุปกรณ์การเรียนให้หลาน 2 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.1 และ ม.2 เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน รายได้ไม่แน่นอน

ล่าสุด วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นางอี๊ด อายุ 56 ปี และ นางละออง อายุ 59 ปี ได้พาแม่ชราวัย 87 ปี เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบ้านบัว จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยไกล่เกลี่ยประนีประนอมเรื่องการชำระหนี้ และหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัย หลังถูกแก๊งทวงหนี้ข่มขู่สารพัดถึงขั้น “ขู่ฆ่ายกครัว”

นางอี๊ด เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เงินที่กู้มา 10,000 บาท ถูกหักล่วงหน้าไป 1,000 บาท ได้เงินจริงเพียง 9,000 บาท แต่ต้องส่งคืนวันละ 400 บาท เป็นเวลา 30 วัน ช่วงแรกยังพอช่วยกันหาเงินส่งได้ประมาณ 3,000 บาท แต่หลังจากนั้นงานรับจ้างไม่สม่ำเสมอ ทำให้เริ่มส่งเงินไม่ทัน บางวันจ่ายได้เพียง 100-200 บาท และบางวันไม่มีจ่ายเลย

ยิ่งสร้างความหวาดกลัวให้ครอบครัว เมื่อก่อนหน้านี้ ขณะตนขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพาแม่วัย 87 ปี ไปเกี่ยวหญ้าเพื่อเลี้ยงวัวที่รับจ้างดูแลอยู่ ระหว่างทางกลับถูกแก๊งทวงหนี้ขับรถกระบะปาดหน้า ก่อนลงมาถอดกุญแจรถ และพูดจาข่มขู่คุกคามอย่างรุนแรง ทั้งยังขู่จะฆ่ายกครัว หากไม่หาเงินมาจ่าย

นางอี๊ด ระบุอีกว่า ก่อนเดินทางมาแจ้งความในวันนี้ กลุ่มทวงหนี้ยังตามมาทวงเงินถึงบ้าน ตนมีเงินติดตัวเพียง 100 บาท จึงยื่นให้ไปก่อน เพราะไม่มีเงินครบ 400 บาทตามที่ถูกเรียกเก็บ จึงรู้สึกไม่ปลอดภัย และตัดสินใจเข้าพบตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ

“ไม่ได้คิดจะหนีหนี้ แต่อยากขอความเห็นใจ ขอผ่อนจ่ายวันละ 100-200 บาทตามกำลังที่หาได้ เพราะบางวันไม่มีงานรับจ้างเลยจริงๆ” นางอี๊ด กล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบัว เตรียมเรียกทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้เข้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ย เพื่อหาทางออกร่วมกัน พร้อมตรวจสอบพฤติกรรมการทวงหนี้ที่เข้าข่ายข่มขู่คุกคามประชาชน

ข่าว/ภาพ : สุรชัย พิรักษา ผู้สื่อข่าวบุรีรัมย์