ขลังกลางโอ๊คแลนด์ ‘อนุทิน’รับพิธีฮากาแบบเมารี เปิดบทใหม่ 70 ปี ไทย–นิวซีแลนด์

เปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์สุดขลัง! นักรบเมารีประกอบพิธีต้อนรับ “อนุทิน” ก่อนสองผู้นำเปิดวงหารือ วางหมุดหมายใหม่ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ให้แน่นแฟ้นกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครโอ๊คแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยา เดินทางถึงทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ นครโอ๊คแลนด์ เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการตามประเพณีเมารี ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยไมตรี ในโอกาสปีแห่งการครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นิวซีแลนด์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อคณะนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงสนามหญ้าหน้าทำเนียบฯ ผู้อาวุโสชาวเมารี (Kaumātua) และสตรีอาวุโสชาวเมารี (Kuia) ให้การต้อนรับด้วยการแตะจมูกตามธรรมเนียม ก่อนเข้าสู่พิธีต้อนรับตามวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองนิวซีแลนด์อย่างสมเกียรติ

ไฮไลต์สำคัญคือพิธี “เวรอ” (Wero) ซึ่งนักรบเมารีออกมาทดสอบเจตนาของผู้มาเยือน โดยวางสิ่งของแกะสลักไว้บนพื้นให้นายกรัฐมนตรีหยิบขึ้นมาถือ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการเดินทางมาด้วยสันติและไมตรี ก่อนเปิดทางเข้าสู่พิธีต้อนรับ

จากนั้นเข้าสู่พิธี “คารังกา” (Karanga) ซึ่งสตรีอาวุโสชาวเมารีเปล่งเสียงเรียกต้อนรับแขกระดับสูง ตามด้วยการแสดง “ฮากา” (Haka) อันทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์ เพื่อให้เกียรติแก่นายกรัฐมนตรีไทย สะท้อนมนต์ขลังของวัฒนธรรมเมารี ท่ามกลางบรรยากาศที่สง่างามและเป็นมิตร

ต่อมา นายอนุทินและภริยาเดินไปยังกลางสนามหญ้า โดยมี นายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ พร้อมภริยา ให้การต้อนรับ ก่อนนายกรัฐมนตรีไทยขึ้นแท่นรับความเคารพ วงดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาตินิวซีแลนด์ตามลำดับ และนายกรัฐมนตรีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศพร้อมคู่สมรสเข้าสู่อาคารทำเนียบผู้สำเร็จราชการฯ โดยนายอนุทินลงนามในสมุดเยี่ยม ก่อนร่วมถ่ายภาพและแลกเปลี่ยนของขวัญที่ระลึกระหว่างกัน

กระทั่งเวลา 10.30 น. ผู้นำไทยและนิวซีแลนด์เปิดวงหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กำหนดทิศทางความสัมพันธ์ในระยะต่อไป หลังสองประเทศยกระดับสู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) โดยมุ่งเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ตลอดจนความร่วมมือเพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค

การหารือครั้งนี้ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ในวาระครบรอบ 70 ปีทางการทูต โดยผู้นำทั้งสองประเทศมุ่งสร้างโอกาสและผลประโยชน์ที่จับต้องได้ให้แก่ประชาชน ก่อนเข้าสู่การหารือเต็มคณะในเวลา 11.00 น.