
เมื่อเวลา 13.48 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม 2568 บริเวณสยามเซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์ ซอย 3 พื้นที่ที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองหลวง กลายเป็นฉากของดราม่าที่ไม่มีใครคาดคิด!
ผู้เสียหายคือ “ลิฮาชา ลินด์เซย์-ไวท์” (Lihasha Lindsay-White) สาวงามผู้ครองตำแหน่ง Miss Universe Sri Lanka 2025 ที่เพิ่งเดินทางถึงกรุงเทพฯ เพื่อร่วมกิจกรรมถ่ายทำ ก่อนพบว่า “มงกุฎประจำตำแหน่ง” และ “ชุดเดรสสีเข้มสุดหรู” ได้หายไปทันทีหลังลงจากรถแท็กซี่
เสียงร้อง “โอ้ มาย กอด! มาย คราวน์!” ดังสะท้อนกลางใจเมือง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวไทยจะเข้ารับแจ้งความทันทีที่ สน.ปทุมวัน
🔎 ปฏิบัติการล่ามงกุฎ เริ่มต้นขึ้น
พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้สั่งการด่วนให้ทีมสืบสวนเข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่ทุกมุม ภาพจาก CCTV ถูกไล่เรียงแบบเฟรมต่อเฟรม จนพบเบาะแสสำคัญ — หมายเลขทะเบียนแท็กซี่คันต้องสงสัย!
แต่เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ การติดต่อสหกรณ์แท็กซี่จึงเต็มไปด้วยอุปสรรค ทว่าเมื่อนาฬิกาเดินเข้าสู่วันทำการแรกหลังเหตุการณ์ ทีมสืบสวนไม่รอช้า รีบประสานงานต่อเนื่องจนพบตัวคนขับแท็กซี่ในที่สุด
สิ่งที่อยู่ในรถทำให้ทุกคนโล่งใจ…
“มงกุฎแห่งศักดิ์ศรี” และ “เดรสหรู” ยังคงอยู่ครบถ้วนภายในรถคันนั้น — ไม่ได้ถูกขโมย แต่เป็นเพียง “ความหลงลืมสุดระทึก” ของนางงามผู้โชคร้ายเท่านั้น!

👑 ตอนจบแห่งรอยยิ้ม
เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ประสานให้นำทรัพย์สินทั้งหมดมาส่งคืนแก่ Miss Universe Sri Lanka 2025 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศโล่งใจและคำขอบคุณจากนางงามผู้เปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง
เธอกล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า “ฉันขอขอบคุณตำรวจไทยทุกท่าน… พวกคุณยอดเยี่ยมที่สุดในโลก!”
พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าวย้ำว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตำรวจไทยในการดูแลนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมเน้นย้ำถึงนโยบายใหม่ในการยกระดับเทคโนโลยีสืบสวน เช่น กล้อง AI และระบบแจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อสร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาเยือนประเทศไทย
🎬 บทสรุป
จาก “มงกุฎที่หายไป” สู่ “รอยยิ้มที่กลับคืน” — เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่เป็นดราม่าระดับจักรวาลของวงการนางงาม
แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่า “ความไวและใจของตำรวจไทย” คือเครื่องประดับอันล้ำค่าไม่แพ้มงกุฎใดในโลก