
เกิดเหตุสะเทือนวงการการเมืองท้องถิ่นนนทบุรี เมื่อ “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต สส.นนทบุรีหลายสมัย ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิต ภายในที่ทำการ อบจ.นนทบุรี พร้อมเปิดปมขัดแย้งเรื่องเงิน 11 ล้านบาท ขณะที่ตำรวจย้ำคำให้การทั้งหมดเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง ต้องตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อหามูลเหตุที่แท้จริง
เมื่อช่วงสายวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุสะเทือนขวัญภายในที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เมื่อ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรีหลายสมัย ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ หรือ “นายกธงชัย” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี จนเสียชีวิต
ภายหลังเกิดเหตุ นายฉลองได้โทรศัพท์หา น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก แห่งแนวหน้าออนไลน์ ในจังหวะที่กำลังจัดรายการสด โดยช่วงแรก น.ส.อัญชะลีแจ้งให้โทรกลับภายหลัง เนื่องจากติดจัดรายการ แต่นายฉลองยืนยันว่าต้องคุยทันที พร้อมบอกว่าเพิ่งก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัยเสียชีวิต
น.ส.อัญชะลีจึงสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายฉลองระบุว่า ใช้อาวุธปืนยิงไปประมาณ 4-5 นัด ก่อนเดินออกมาจากสำนักงานพร้อมอาวุธปืน
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด น.ส.อัญชะลีพยายามเกลี้ยกล่อมให้นายฉลองตั้งสติ วางอาวุธปืน และนั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่กับที่ ไม่ให้เดินไปบริเวณอื่น เนื่องจากพื้นที่ใกล้เคียงมีสถานศึกษา พร้อมกันนั้นได้ให้พนักงานของแนวหน้าโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศ ให้เข้าควบคุมสถานการณ์
อ้าง “เพื่อนรัก” กลายเป็นปมแตกหัก เงิน 11 ล้านชนวนเดือด
นายฉลองได้เล่าถึงสาเหตุของเหตุการณ์ โดยอ้างว่าตนเองกับ พ.ต.อ.ธงชัยรู้จักและเป็นเพื่อนรักกันมานาน ที่ผ่านมาเคยให้ความช่วยเหลืออีกฝ่ายหลายเรื่อง ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องการเมือง
นายฉลองอ้างว่า ในอดีต พ.ต.อ.ธงชัยเคยขอร้องไม่ให้ตนส่งผู้สมัคร สส.ลงแข่งขันกันในพื้นที่ ซึ่งตนก็ยอมให้ รวมทั้งยังเคยให้ความช่วยเหลือกันอีกหลายเรื่อง โดยไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทน
แต่จุดแตกหักเกิดขึ้นเมื่อ นายฉลองอ้างว่า พ.ต.อ.ธงชัยมีเงินที่เคยยืมจากตนจำนวน 11 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่นำไปใช้ในการลงสมัครและหาเสียงทางการเมืองเมื่อปี 2551 โดยที่ผ่านมาไม่เคยติดใจทวงถาม เพราะถือว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อน
กระทั่งช่วงหลัง นายฉลองระบุว่าตนประสบปัญหาด้านสุขภาพ มีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจำนวนมาก ประกอบกับไม่มีรายได้เหมือนในอดีต จึงต้องการขอเงินส่วนที่เคยออกให้กลับคืนมา
เปิดนาทีเผชิญหน้า อ้างคุยไม่ลงตัวก่อนเสียงปืนดัง
นายฉลองให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเดินทางมาพบ พ.ต.อ.ธงชัย เพื่อต้องการพูดคุยและหาข้อยุติเกี่ยวกับเงินจำนวนดังกล่าว แต่การเจรจาไม่เป็นผล และเกิดการโต้เถียงกันภายในห้องทำงาน
นายฉลองอ้างว่า เมื่อ พ.ต.อ.ธงชัยไม่ยอมพูดคุยและเดินออกจากห้อง ตนจึงเดินตามไปยังบริเวณรถ พร้อมพยายามเรียกให้กลับมาเจรจากันอีกครั้ง
จากนั้นสถานการณ์กลับทวีความรุนแรงขึ้น โดยนายฉลองกล่าวอ้างว่า ในจังหวะดังกล่าว คนขับรถของนายก อบจ.ได้ชักอาวุธปืนออกมา ทำให้ตนตัดสินใจใช้อาวุธปืนโดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะยิง พ.ต.อ.ธงชัยให้ถึงแก่ชีวิต
นายฉลองยังอ้างว่า หลังเสียงปืนสงบ เห็น พ.ต.อ.ธงชัยวิ่งออกไป จึงเข้าใจว่าได้รับบาดเจ็บไม่รุนแรง และไม่ได้ติดตามไปดู ก่อนจะออกจากพื้นที่ และภายหลังเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายฉลองกล่าวขอโทษประชาชนชาวนนทบุรี รวมถึง พ.ต.อ.ธงชัยและครอบครัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ นายฉลองยังกล่าวอ้างถึงความสัมพันธ์และการช่วยเหลือกันในอดีต ทั้งเรื่องการเข้ารับตำแหน่งข้าราชการระดับผู้กำกับการ รวมถึงการช่วยเหลือทางการเมือง พร้อมพาดพิงถึงนักการเมืองบุคคลที่ 3 ซึ่งอ้างว่าเคยเข้ามามีส่วนช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในส่วนนี้ยังเป็นคำกล่าวอ้างจากฝ่ายนายฉลอง ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผบช.ภ.1 เบรกด่วน “ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้” ยังไม่ฟันธงปมสังหาร
ด้าน พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงคดีว่า รายละเอียดเชิงลึกของเหตุการณ์จำเป็นต้องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด โดยขณะนี้ตำรวจยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการถึงมูลเหตุทั้งหมด
ผบช.ภ.1 ระบุด้วยว่า คำให้การของผู้ต้องหาเป็นสิ่งที่ผู้ต้องหาสามารถให้การได้ แต่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามูลเหตุจูงใจที่แท้จริงเป็นไปตามคำกล่าวอ้างหรือไม่
ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบรายละเอียดในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อประกอบสำนวนและคลี่คลายให้ชัดเจนว่า ก่อนเสียงปืนดังขึ้นเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นผู้ใช้อาวุธก่อน ตลอดจนตรวจสอบปมเงิน 11 ล้านบาทและประเด็นอื่นที่ถูกกล่าวอ้าง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับหนี้สิน การช่วยเหลือทางการเมือง การชักอาวุธปืน และบุคคลที่สามทั้งหมด เป็นคำให้การและคำกล่าวอ้างของนายฉลองฝ่ายเดียวในชั้นนี้ ยังไม่ถือเป็นข้อยุติของคดี และต้องรอผลการสอบสวนรวมถึงพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
