‘ชวน’อภิปรายดุกรีดแรงวงจรโกง–ซื้อเสียงไม่จบประเทศไปไม่รอดขาดความน่าเชื่อถือ

บรรยากาศการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เมษายน กลายเป็นเวทีเดือดอีกครั้ง หลัง นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลอย่างเผ็ดร้อน ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ภายใต้การทำหน้าที่ประธานที่ประชุมของ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษำร

นายชวน เปิดฉากด้วยถ้อยคำหนักแน่น ย้ำหลักการทำงานทางการเมืองของตนว่า “ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย” พร้อมประกาศจุดยืนว่าจะไม่พูดโกหกหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันทางการเมือง พร้อมเตือนรัฐบาลให้ยึดความจริงเป็นแกนหลักในการแก้ปัญหาประเทศ

จี้นโยบาย “เบี้ยผู้สูงอายุ” ชี้เป็นศักดิ์ศรี ไม่ใช่การสงเคราะห์

หนึ่งในประเด็นที่ นายชวน หยิบยกขึ้นมา คือ นโยบายเบี้ยผู้สูงอายุที่ไม่ปรากฏชัดในคำแถลง โดยระบุว่า ผู้สูงวัยไม่ใช่ “คนอนาถา” แต่คือผู้ที่เคยขับเคลื่อนประเทศ และควรได้รับหลักประกันพื้นฐานจากรัฐ พร้อมย้ำว่านี่ไม่ใช่การให้แบบ “ให้ปลาแทนเบ็ด” แต่คือความรับผิดชอบของรัฐต่อประชาชน

ซัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส จี้มหาดไทย-ตำรวจดูแลความยุติธรรม

นอกจากนั้น นายชวน ยังพุ่งเป้าไปที่กระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยตั้งคำถามถึงความสุจริตเที่ยงธรรม พร้อมเปิดเผยว่า แม้เคยส่งหนังสือเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนอง

นายชวนย้ำว่าจะไม่ยอม “ดูดาย” ต่อปัญหานี้ และเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ามากำกับดูแลอย่างจริงจัง

ตั้งข้อสังเกต 3 หลักบริหารรัฐ ชี้ “พูดอย่าง ทำอย่าง”

สำหรับหลักการบริหารราชการแผ่นดิน 3 ประการของรัฐบาล นายชวนระบุว่า แม้จะฟังดูดี แต่ในทางปฏิบัติกลับสวนทาง โดยเฉพาะเรื่องธรรมาภิบาลและนิติธรรม ที่เขาระบุว่า “เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง” จากพฤติกรรมที่ผ่านมา ทั้งการแทรกแซงทางการเมือง และความไม่โปร่งใสในบางกระบวนการ

ปัญหาชายแดนใต้–ย้อนรอยนโยบายผิดพลาด

ในประเด็นความไม่สงบชายแดนภาคใต้ นายชวนชี้ว่าปัญหาไม่ได้จำกัดแค่ 3 จังหวัด แต่รวมถึงสงขลาด้วย พร้อมแนะให้รัฐบาลศึกษาแนวพระราชดำริอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะบทเรียนจากนโยบายผิดพลาดในอดีต และเสนอให้หารือกับ วิษณุ เครืองาม เพื่อเข้าใจรากเหง้าของปัญหาอย่างแท้จริง

ซัดคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง-เตือน “วงจรอุบาทว์” การเมืองไทย

ช่วงหนึ่งของการอภิปราย นายชวน ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาคอร์รัปชันในไทยเป็น “โครงสร้าง” ที่ฝังรากลึก เชื่อมโยงตั้งแต่การซื้อเสียง ไปจนถึงการถอนทุนคืนผ่านการใช้อำนาจรัฐ

นายชวนย้ำว่า หากไม่ “ตัดวงจรอุบาทว์” นี้ ประเทศจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ พร้อมเตือนรัฐมนตรีใหม่อย่าสนับสนุนการโกง และต้องคัดเลือกข้าราชการที่มีคุณภาพเข้ามาทำงาน

ยกพระราชดำรัส เตือนนักการเมือง “ยึดความถูกต้อง”

ในช่วงท้าย นายชวน ได้อัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเน้นเรื่อง “ความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่” มาเป็นข้อเตือนใจ โดยชี้ว่า สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่ามี “บางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง” เกิดขึ้นในประเทศ

ทั้งนี้ ความมั่นคงที่แท้จริงต้องเป็น “ความมั่นคงของชาติ” ไม่ใช่ “ความมั่นคงของรัฐบาล” และหากยังปล่อยให้ความไม่ถูกต้องดำรงอยู่ ประเทศไทยย่อมยากที่จะได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ

“อะไรถูกก็ต้องว่าถูก อะไรผิดก็ต้องว่าผิด นี่คือหนทางเดียวที่ประเทศจะเดินต่อไปได้” เสียงสะท้อนจากเวทีรัฐสภาที่ยังคงก้องกังวาน