
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไลฟ์สดผ่านเพจ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ระหว่างวิ่งออกกำลังกายจากย่านทองหล่อมายังบริเวณวงเวียนใหญ่ เป็นระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุถนนทรุดและน้ำรั่วซึมบริเวณถนนประชาธิปกอย่างใกล้ชิด
นายชัชชาติ เปิดเผยว่า เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการยกและรื้อสะพานลอยคนข้ามออก เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการซ่อมแซม รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการอัดฉีดวัสดุเสริมความแข็งแรงของชั้นดิน หรือ Grouting โดยการรื้อสะพานลอยยังช่วยลดน้ำหนักที่กดทับบนบริเวณพื้นที่ทรุดตัว เพิ่มความปลอดภัยให้กับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

ด้าน ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ ยังไม่พบการทรุดตัวเพิ่มเติมของอาคารโดยรอบ ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดยืนยันว่าพื้นที่ยังอยู่ในภาวะทรงตัว แม้อาจพบรอยร้าวบนพื้นผิวถนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรที่ใช้ในการซ่อมแซม
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการอัดฉีดซีเมนต์และสารเคมีลงไปในชั้นดินที่ระดับความลึกประมาณ 31-37 เมตร เพื่อเสริมความแข็งแรงของชั้นดินและปิดช่องว่างใต้แนวอุโมงค์ พร้อมติดตั้งเครื่องวัดการเอียง หรือ Inclinometer เชื่อมต่อเข้ากับระบบติดตามผลแบบเรียลไทม์ เพื่อเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของอาคารและพื้นที่โดยรอบตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่า สถานการณ์ล่าสุดยังอยู่ในภาวะทรงตัว โดยฝนที่ตกลงมาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ เนื่องจากน้ำที่พบเป็นน้ำใต้ดินที่รั่วซึมขึ้นมาจากด้านล่าง ไม่ใช่น้ำผิวดินจากด้านบน
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังคงกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังในรัศมี 30 เมตร พร้อมจัดเตรียมแผนอพยพรองรับหากสถานการณ์เกิดการเปลี่ยนแปลง และได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการในพื้นที่เพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด

สำหรับมาตรการด้านการจราจร ยังคงปิดการจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่วงเวียนใหญ่ถึงแยกบ้านแขก พร้อมแนะนำให้ประชาชนใช้เส้นทางถนนอิสรภาพ ถนนลาดหญ้า หรือถนนสมเด็จเจ้าพระยาแทน แม้จะมีการปิดพื้นที่ก่อสร้าง แต่ประชาชนในบริเวณใกล้เคียงยังสามารถใช้เส้นทางสัญจรอื่นได้ตามปกติ
นายชัชชาติ ย้ำว่า กรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการเฝ้าระวังการทรุดตัวของพื้นที่ การตรวจสอบอาคารโดยรอบ และการดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และผู้ใช้เส้นทาง
