ดราม่าหน้าห้าง! ชายตะโกน’ไม่ต้องสร้างภาพ’ขณะนายกฯลุยตรวจราคาสินค้า

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 เมษายน บรรยากาศที่ห้างโลตัสบางกะปิคึกคักผิดปกติ เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า ท่ามกลางสายตาประชาชนจำนวนมากที่เข้ามารอต้อนรับและสะท้อนความเดือดร้อนอย่างใกล้ชิด

ทันทีที่นายกฯปรากฏตัวในชุดลำลอง เสื้อยืดกับกางเกงขายาวสีกรมท่า ประชาชนต่างเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง บางรายกล่าวชื่นชมว่า “ตัวจริงหล่อกว่าในทีวี” ขณะที่อีกหลายเสียงสะท้อนถึงภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น แม้เคยได้รับประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งก็ตาม

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเกิดจังหวะตึงเครียด เมื่อชายรายหนึ่งเดินเข้ามาตั้งคำถามเสียงดัง “รวยไม่ไหวแล้ว หมายถึงประชาชนหรือนายทุนน้ำมัน?” แต่เนื่องจากนายกฯกำลังถ่ายภาพกับประชาชน จึงไม่ได้ยินคำถามดังกล่าว ทำให้ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก พยายามเข้าไปพูดคุยแทน แต่ชายคนเดิมกลับตอบโต้ว่า “ไม่ต้องสร้างภาพ ประชาชนเขารู้ทัน” สร้างความสนใจให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นทันที

หลังจากนั้น นายกฯเดินตรวจสินค้าในโครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งเป็นมาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาล โดยมีสินค้าจำเป็นหลากหลายรายการติดป้ายชัดเจนว่าราคาถูกลง โดยนายกฯได้แนะนำให้จัดสินค้าในโครงการให้อยู่ในโซนเดียวกัน เพื่อความสะดวกของประชาชน พร้อมเชิญชวนให้เลือกซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำกว่าท้องตลาดราว 20%

ระหว่างการเดินตรวจ นายกฯยังเผชิญเสียงสะท้อนตรงไปตรงมาจากประชาชน บางรายกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวลว่า “น้ำมันแพง ไปไหนไม่ได้ ของก็แพง อย่าให้ประชาชนตายเลย” ขณะที่แม่ค้ารายหนึ่งระบุว่าขายของแทบไม่ได้ รายได้หดหายอย่างหนัก

ภายหลัง นายกฯยังแวะซื้อนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ CASIO โดยให้เหตุผลสั้น ๆ ว่า “เคยใส่ตอนเด็ก” พร้อมชี้ไปที่ป้ายโปรโมชั่นลดราคา 60% ท่ามกลางรอยยิ้มของผู้ติดตาม

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่การสุ่มตรวจ แต่เป็นการติดตามผลการกระจายสินค้าราคาประหยัดของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งพบว่ามีสินค้าจำนวนมากราคาถูกลงจริง แม้บางรายการจะไม่ใช่แบรนด์ดัง เนื่องจากลดต้นทุนด้านการตลาด

นายกฯ ย้ำว่า ไม่เฉพาะโลตัส แต่ห้างค้าปลีกทั่วประเทศมีสินค้าประเภทนี้จำหน่าย โดยราคาถูกกว่าปกติประมาณ 20-30% ขอให้ประชาชนเลือกซื้ออย่างเหมาะสม

ในช่วงท้าย มีประชาชนสอบถามถึงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หลังวันที่ 30 เมษายน นายกฯตอบชัดว่า “ใช้ได้เลย” และระบุว่าแม้จำนวนเงินยังคงที่ 2,000 บาท แต่จะครอบคลุมมากขึ้น พร้อมเปิดช่องอาจเพิ่มความถี่ของโครงการ ขึ้นอยู่กับงบประมาณของรัฐ

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวแจกเงิน 200 บาท นาน 10 เดือน นายกฯย้อนถามกลับทันทีว่า “เอาข่าวมาจากไหน” ก่อนปฏิเสธ พร้อมระบุว่าโครงการลักษณะนี้จะดำเนินเป็นช่วง ๆ ตามความเหมาะสม

การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการตรวจราคาสินค้า แต่สะท้อนภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญ—เสียงบ่น เสียงหวัง และเสียงไม่พอใจ ที่ดังขึ้นพร้อมกันกลางห้างสรรพสินค้าอย่างไม่อาจมองข้าม