“ทางเลือกใหม่”ลั่นทำจริงทุกนโยบายแม้มีสส.เสียงเดียวจะดังที่สุดในสภา

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ทำการพรรคทางเลือกใหม่ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี นายราเชน ตระกูลเวียง ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมด้วย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ พระราม 7” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรค ร่วมแถลงข่าวขอบคุณประชาชน ภายหลังพรรคได้รับคะแนนเสียงบริสุทธิ์รวม 156,283 คะแนน จากผลการนับคะแนนร้อยละ 90

การแถลงข่าวครั้งนี้มีตัวแทนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 43 เขตเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยแกนนำพรรคยืนยันว่า พรรคทางเลือกใหม่จะเดินหน้าผลักดันนโยบายทั้ง 44 ข้อที่แจ้งไว้ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างครบถ้วน พร้อมย้ำชัดว่าจะ “ทำจริงทุกนโยบาย” ตามคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเพาะพันธุ์ไดโนเสาร์ การส่งคนไทยสู่อวกาศ ตลอดจนนโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงที่พรรคเห็นว่าสามารถต่อยอดและพัฒนาประเทศได้

แกนนำพรรคยังฝากถึงนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 และรัฐบาลชุดใหม่ว่า เสียงเดียวของพรรคทางเลือกใหม่จะเป็น “เสียงที่ดังในสภา” ไม่ว่าจะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล โดยพร้อมตรวจสอบและวิพากษ์การทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

ด้านนายราเชน กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งใจต่อสมาชิกและผู้สนับสนุนจากต่างจังหวัดที่ตั้งใจเดินทางเข้ามาร่วมแสดงพลังทางการเมือง แต่ได้ขอให้ชะลอการเคลื่อนไหวไว้ก่อน เพื่อรอการรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจาก กกต. พร้อมขอบคุณประชาชนและผู้สมัครทุกคนที่ร่วมกันแสดงพลังทางการเมืองอย่างบริสุทธิ์ ซึ่งตนเปรียบว่าเป็น “เสียงสวรรค์” ที่สะท้อนให้เห็นว่ายังมีคนไทยเลือกคนดีเข้าสภา เพื่อทำหน้าที่รับใช้ผืนแผ่นดินตามสัตยาบันที่ให้ไว้กับประชาชน

นายราเชน กล่าวเพิ่มเติมว่า การมี สส.ของพรรคอย่างน้อย 1 คน ถือเป็นหลักฐานยืนยันว่าพลังศรัทธาในความสุจริตของประชาชนยังคงมีอยู่ ท่ามกลางกระแสการซื้อเสียง การทุจริต และความเสื่อมศรัทธาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ พร้อมขอโอกาสให้พรรคทางเลือกใหม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ และขอแรงสนับสนุนจากประชาชนต่อไป

ขณะที่นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ในช่วงแรกไม่ได้คาดหวังผลการเลือกตั้งมากนัก แต่ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายประชาชนเริ่มให้ความสนใจกับนโยบายของพรรคมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ แม้นโยบายบางประเด็นจะถูกมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันจากคนรุ่นเก่า แต่คนรุ่นใหม่ทั้งที่มีและยังไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ต่างเชื่อว่านโยบายเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง

นายมงคลกิตติ์ยังยืนยันว่า พรรคจะเดินหน้าผลักดันนโยบายอย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศชัดว่า หากมี สส.คนใดปัดตกนโยบายสำคัญ เช่น เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก ตนจะออกมาแสดงจุดยืนทันที เพราะถือว่าไม่ให้คุณค่ากับวีรบุรุษที่ยังมีชีวิตอยู่

พร้อมกันนี้ยังระบุว่า จากการนับคะแนนร้อยละ 95 พรรคทางเลือกใหม่ได้คะแนนรวมกว่า 196,000 คะแนน ส่งผลให้ได้ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 98 และได้ฝากถึงนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ซึ่งตนระบุว่ายังคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เร่งยกเลิก MOU ปี 2544 เพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง และดำเนินคดีกับผู้ที่ทำให้ประชาชนและทหารไทยเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ โดยไม่ควรประนีประนอมด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

นายมงคลกิตติ์กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคใช้งบหาเสียงเพียง 5 ล้านบาท แต่สามารถคว้าคะแนนเสียงกว่าหนึ่งแสนคะแนน เพราะใช้ “หัวใจแลกหัวใจ” กับประชาชน พร้อมย้ำว่า ไม่ว่าเสียงเดียวของพรรคจะอยู่ในสถานะใด ก็พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยมีประชาชนเป็นพลังสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง