
รมช.คมนาคม “สรรเพชญ” ควง สส.ภูมิใจไทย ลุยน้ำท่วมธัญบุรี มอบถุงยังชีพ 500 ชุดบรรเทาทุกข์ชาวบ้าน เผยยังมี 7 ชุมชนจมบาดาล สั่งหน่วยงานเร่งระบายน้ำด่วน
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายพิษณุ พลธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต 7 พรรคภูมิใจไทย และนายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พร้อมมอบถุงยังชีพจำนวน 500 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงที่สถานการณ์น้ำยังไม่คลี่คลาย

คณะเดินทางไปยังเทศบาลตำบลธัญบุรี โดยมีนายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี และคณะผู้บริหารเทศบาล ร่วมรับมอบถุงยังชีพเพื่อนำไปกระจายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ก่อนลงพื้นที่ชุมชนบึงบัว เยี่ยมเยียนให้กำลังใจและมอบสิ่งของช่วยเหลือชาวบ้านที่ยังต้องเผชิญน้ำท่วมขัง
จากการลงพื้นที่พบว่า น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อประชาชนในกว่า 7 ชุมชนของอำเภอธัญบุรี หลายพื้นที่ยังมีน้ำขัง ทำให้การดำเนินชีวิตและการสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและตามแนวคลอง ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ยังคงเร่งระบายน้ำควบคู่กับการดูแลผู้ประสบภัย

สำหรับถุงยังชีพทั้ง 500 ชุด ประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนระหว่างรอสถานการณ์น้ำคลี่คลาย
นายสรรเพชญกล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัด สนับสนุนถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

“วันนี้ ยังมีพี่น้องประชาชนในหลายชุมชนของธัญบุรี ที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง สิ่งสำคัญคือการเร่งนำความช่วยเหลือเข้าไปถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น พร้อมกับติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” นายสรรเพชญกล่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ประสานหน่วยงานในสังกัดให้ติดตามสถานการณ์น้ำและผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่




