นายกฯสั่งฟาดไม่เลี้ยงล้างบางขบวนการโกงสอบท้องถิ่นชี้มหาดไทยไม่มีที่ยืนให้คนทุจริต

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ภายหลังเจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดปฏิบัติการจับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น จนสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการปกครองท้องถิ่นนั้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า กระทรวงมหาดไทยจะไม่ยอมให้มีการทุจริตในกระบวนการสอบบรรจุบุคลากรของภาครัฐอย่างเด็ดขาด

เมื่อถามถึงข้อสั่งการต่อกรณีดังกล่าว นายอนุทินกล่าวสั้น ๆ แต่หนักแน่นว่า “เต็มที่ กระทรวงมหาดไทยมีโกงเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ฟาดเต็มที่” พร้อมระบุว่า ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและขยายผลอย่างเต็มกำลังแล้ว

ด้าน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการสอบบรรจุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมื่อปี 2568 ที่มีข้อร้องเรียนและข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส จนนำไปสู่การสั่งการของนายอนุทินให้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 5 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบคัดเลือกบุคลากรภาครัฐ

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จากปฏิบัติการตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐานในวันนี้ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายเครือข่ายทุจริตดังกล่าว โดยยังเร็วเกินไปที่จะสรุปรายละเอียดทั้งหมด เนื่องจากต้องรอการตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานอย่างรอบด้าน

“ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด เพราะต้องรอข้อเท็จจริงจากพนักงานสอบสวน แต่จากข้อมูลที่ปรากฏตามข่าวซึ่งระบุว่ามีผู้เกี่ยวข้องประมาณ 3,000 คนนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าอาจมีจำนวนมากกว่านั้น” นายวรศิษฎ์กล่าว

ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้าวันเดียวกัน และยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

“ทราบข่าวแล้วตั้งแต่เช้า และเป็นเรื่องที่แย่มาก” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว พร้อมย้ำว่าหากพบเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและศรัทธาของประชาชนต่อระบบราชการและการบริหารงานท้องถิ่น