ผู้สูงอายุบุรีรัมย์ผวาหนักข่าวลือปิดสมาคมฯกินไม่ได้นอนไม่หลับหวั่นเงิน 30 ปีสูญเปล่า

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ บรรยากาศที่สาขา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดบุรีรัมย์ คึกคักผิดปกติ เมื่อผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของลูกค้า ธ.ก.ส. และสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ฝากเงิน ธ.ก.ส. ทยอยเดินทางมาสอบถามข้อเท็จจริง หลังเกิดกระแสข่าวว่า สมาคมฌาปนกิจฯ หลายแห่งในหลายจังหวัดเตรียมปิดตัวหรือยุติการดำเนินการ

ความกังวลดังกล่าวทำให้สมาชิกจำนวนไม่น้อย “กินไม่ได้นอนไม่หลับ” เพราะเงินที่ส่งสมทบล่วงหน้ารายปี เฉลี่ยปีละ 4,000–6,000 บาท ไม่ใช่เงินออมที่ขอคืนได้ แต่เป็นลักษณะเงินช่วยเหลือกันในหมู่สมาชิก เปรียบเหมือนการใส่ซองช่วยงานศพ หากสมาคมฯ ยุติบทบาท เงินที่จ่ายไปแล้วอาจไม่สามารถเรียกคืนได้

หลายครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ส่งเงินต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี ยิ่งรู้สึกไม่มั่นคง เพราะเงินก้อนนี้คือ “ความหวังสุดท้าย” ว่าเมื่อถึงวันจากไป ลูกหลานจะไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานศพ ทว่าข่าวลือการปิดสมาคมฯ ทำให้ความหวังดังกล่าวสั่นคลอน

นางบุญมา จานรัมย์ อายุ 72 ปี หนึ่งในสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ฝากเงิน ธ.ก.ส. จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงกังวลว่า หลังเห็นข่าวการปิดตัวของหลายสมาคมฯ ถึงกับตกใจ เพราะตนส่งเงินสงเคราะห์ล่วงหน้ามาตลอดปีละ 5,000–6,000 บาท แม้ฐานะครอบครัวจะยากจน ต้องกัดฟันส่งทุกปีด้วยความหวังว่า หากเสียชีวิต ลูกหลานจะมีเงินจัดงานศพไม่ลำบาก

“ตอนนี้ก็กลัวว่าเงินที่ส่งมาทั้งชีวิตจะหายไป ถ้าสมาคมปิดจริง ลูกหลานก็ต้องเดือดร้อน” นางบุญมากล่าว พร้อมฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งสร้างความเชื่อมั่นและดูแลไม่ให้สมาคมฯ ต้องปิดตัว

ด้าน ยายทุ ชื่นอุรา อายุ 74 ปี สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของลูกค้า ธ.ก.ส. สาขาบุรีรัมย์ เล่าว่า สมัครเป็นสมาชิกมาตั้งแต่ปี 2538 รวมเวลากว่า 31 ปี ส่งเงินสงเคราะห์และค่าบำรุงรายปีต่อเนื่องไม่เคยขาด ปีละ 4,000–6,000 บาท สมัยก่อนหาเงินส่งเอง ปัจจุบันลูกหลานรับช่วงต่อ

“ตั้งใจทำเพื่อลูกหลาน จะได้ไม่ต้องลำบาก แต่พอมีข่าวแบบนี้ก็ไม่สบายใจ เลยขอชะลอการจ่ายเงินไว้ก่อน จนกว่าจะมั่นใจว่าสมาคมจะไม่ปิด” ยายทุ กล่าว พร้อมระบุว่า ตามกำหนดต้องชำระเงินภายในเดือนมีนาคมของทุกปี หากสถานการณ์ยังไม่ชัดเจน สมาชิกจำนวนมากอาจตัดสินใจชะลอการจ่ายเช่นเดียวกัน

เสียงสะท้อนจากผู้สูงอายุสะท้อนความเปราะบางของระบบฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่เป็นเสมือนหลักประกันปลายทางชีวิตของคนชนบท การขาดความชัดเจนยิ่งซ้ำเติมความกังวล และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในวงกว้าง

ขณะนี้สมาชิกจำนวนหนึ่งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมวางมาตรการกำกับดูแล ป้องกันการปิดตัวของสมาคมฯ เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุที่ส่งเงินมาทั้งชีวิตต้องเผชิญความเสี่ยงสูญเงิน และไม่ให้ “เงินงานศพ” ซึ่งเป็นความหวังสุดท้าย กลายเป็นเพียงความทรงจำที่ไร้หลักประกัน

ข่าว/ภาพ : สุรชัย   พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์