
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ร่วมแถลงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบความโปร่งใสการจัดการเลือกตั้งปี 2569 ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด
นายพริษฐ์ ย้ำชัดว่า การเคลื่อนไหวของพรรคตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาเปลี่ยนผลการเลือกตั้งหรือปฏิเสธความพ่ายแพ้ แต่ต้องการปกป้อง “เสียงของประชาชน” ให้มั่นใจว่า ทุกคะแนนถูกบันทึกอย่างถูกต้อง และผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยบกพร่องหรือทุจริตต้องรับผิดตามกฎหมาย เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้การเลือกตั้งในอนาคตน่าเชื่อถือ

ปมบาร์โค้ด–คิวอาร์โค้ด “ระบุตัวตนได้ในทางทฤษฎี”
ประเด็นแรกที่ถูกหยิบยกคือกรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. แถลงเมื่อ 13 ก.พ. ว่า ในทางทฤษฎีสามารถระบุตัวตนผู้ใช้สิทธิได้ หากเข้าถึงข้อมูล 3 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลบนบัตร รหัสต้นขั้ว และรายชื่อผู้ใช้สิทธิ
นายพริษฐ์ระบุว่า นี่คือปัญหาใหญ่ เพราะกระทบหลักการ “ลงคะแนนโดยลับ” ที่สังคมยึดถือมาโดยตลอด ต่อให้การเข้าถึงข้อมูลจะทำได้ยากเพียงใด แต่เพียงแค่ “ทำได้” ก็ถือเป็นช่องโหว่ที่ไม่ควรเกิดขึ้น และแตกต่างจากการเลือกตั้งในอดีตที่ไม่มีทางระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้
นอกจากนี้ ยังมองว่าเป็นการเปิดช่องให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครบางรายใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ เช่น การกดดันให้ผู้ใช้สิทธิแจ้งรหัสต้นขั้วก่อนเข้าคูหา หรือถ่ายภาพบัตรขณะนับคะแนนเพื่อนำไปตรวจสอบย้อนหลัง หากมีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็อาจเอื้อให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลได้
พรรคประชาชนยังแสดงความกังวลต่อ “ความเสียหายระยะยาว” หากข้อมูลบัตรและต้นขั้วรั่วไหล เพราะข้อมูลการเลือกพรรคการเมืองถือเป็นข้อมูลอ่อนไหว และอาจถูกนำไปใช้สร้างความได้เปรียบทางการเมืองในอนาคต
ล่าสุด พรรคมอบหมายให้นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค รวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เอาผิด กกต. และเลขาธิการ กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

บัตร 2 ใบตัวเลขไม่เท่ากัน
อีกประเด็นร้อนคือจำนวนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อในบางเขตที่ตัวเลขไม่ตรงกัน โดยนายพริษฐ์ยืนยันว่า ข้อมูลที่พรรคใช้ตรวจสอบอ้างอิงจากบอร์ดรายงานผลหน้าหน่วย ไม่ใช่จากเว็บไซต์ของ กกต.
ยกตัวอย่างพื้นที่จังหวัดสงขลา เขต 3 และศรีสะเกษ เขต 2 ซึ่งพบความคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในเขตที่พรรคแพ้และชนะ สะท้อนว่าการตรวจสอบไม่ได้ทำเพื่อเพิ่มจำนวน ส.ส. ให้พรรค แต่เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของสาธารณชน
พรรคเรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงสาเหตุความคลาดเคลื่อน และเปิดเผยข้อมูลรายหน่วยอย่างครบถ้วน ทั้งรายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) และใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) แม้กฎหมายไม่บังคับให้เปิดเผยเอกสารหลัง แต่ควรทำเพื่อความโปร่งใส

ร้องเรียนทะลุ 4,000 เรื่อง–โผล่คลิปทิ้งเอกสารเลือกตั้ง
ด้านนายกิตติชัย เปิดเผยว่า ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคแจ้งเรื่องร้องเรียนเข้ามา 57 เรื่อง ดำเนินการส่ง กกต. แล้ว 37 เรื่อง ขณะที่ประชาชนร้องผ่านเว็บไซต์ report69 กว่า 4,000 เรื่อง คัดกรองพบ 1,260 เรื่องมีมูลพอจะดำเนินการร้องคัดค้านการประกาศผล
ประเด็นล่าสุดที่สร้างแรงกระเพื่อม คือกรณีคลิปวิดีโอในพื้นที่สมุทรปราการ เขต 6 พบเอกสารและอุปกรณ์เลือกตั้ง รวมถึงใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) ถูกทิ้งในบ่อขยะ โดยเอกสารระบุวันที่ 8 ก.พ. และชื่อหน่วยเลือกตั้งอย่างชัดเจน
พรรคย้ำว่า จุดดังกล่าวไม่ใช่จุดรวมหีบ และอยู่ห่างจากจุดรวมหีบถึง 8 กิโลเมตร จึงตั้งคำถามว่าเอกสารถูกนำมาทิ้งได้อย่างไร พร้อมเรียกร้องให้ กกต. และ กกต.จังหวัดสมุทรปราการ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน

ทั้งนี้ ในวันที่ 16 ก.พ. นายวีรภัทร คันธะ ผู้สมัคร ส.ส. สมุทรปราการ เขต 6 ของพรรค จะนำหลักฐานเข้ายื่นร้องต่อ กกต. อย่างเป็นทางการ
พรรคประชาชนทิ้งท้ายว่า ขอบคุณประชาชนที่แจ้งเบาะแส และยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบทุกข้อสงสัย เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้ “สิ้นข้อครหา” และสร้างมาตรฐานใหม่ให้ระบบประชาธิปไตยไทย
