
เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดชลบุรี โดยเริ่มขึ้นรถปราศรัยจากถนนเส้นพระพรหม บริเวณสี่แยกเจริญทรัพย์ไปจนถึงเส้นไร่หนึ่งหน้าสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ไปยังบางละมุง หาดพัทยา
สำหรับชลบุรี พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 10 เขต ดังนี้ วรท ศิริรักษ์ เขต 1 (เบอร์ 7), วรรณิดา นพสิทธิ์ เขต 2 (เบอร์ 1), ชวาล พลเมืองดี เขต 3 (เบอร์ 1), นภัสวรรณ มณีรัตน์โรจน์ เขต 4 (เบอร์ 2), ณรงคธร โพธิ์หมื่น เขต 5 (เบอร์ 6), นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต เขต 6 (เบอร์ 7), สหัสวัต คุ้มคง เขต 7 (เบอร์ 1), มนัสวิน จันทร์เจริญ เขต 8 (เบอร์ 7), ยอดชาย พึ่งพร เขต 9 (เบอร์ 5) และธนาธาร ประมูลพงษ์ เขต 10 (เบอร์ 5)

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดชลบุรีนั้น การเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้ สส. บัญชีรายชื่อมา 47% ส่วน สส. เขต กวาดคะแนนได้ 7 เขตจากทั้งหมด 10 เขต ครั้งนี้ก็หวังว่าพรรคประชาชนจะยังได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่พี่น้องเพิ่มขึ้นจนสามารถปักธงส้มได้ทั้งจังหวัด โดยมั่นใจว่า จะได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่พี่น้องเช่นเคย ขณะเดียวกันก็ไม่ได้หวั่นไหวแม้มีกระแสข่าวบ้านใหญ่รวมตัวกันในหลายพื้นที่ ยืนยันพร้อมเสนอนโยบายที่ดีที่สุดให้กับประชาชน
เมื่อถามประเด็นที่แกนนำพรรคประชาชนเริ่มเดินสายหาเสียงและเริ่มเจอคำถามที่อาจสร้างผลกระทบต่อความนิยมของพรรคประชาชน ณัฐพงษ์กล่าวว่า โดยส่วนใหญ่ผลตอบรับดีมาก แต่ก็เข้าใจพี่น้องประชาชนบางส่วนที่พยายามตั้งคำถามถึงจุดยืนต่อกองทัพ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ตนไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวหรือเสียสมาธิแต่อย่างใด ยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการนำเสนอนโยบายและทำให้ประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น

ส่วนประเด็นคำถามเรื่องการเลือกให้คนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี พรรคประชาชนมีสัดส่วนในการเลือกคนนอกพรรคและคนในพรรคมาร่วมงานด้วยมากน้อยเพียงใด นายณัฐพงษ์ระบุว่า ทีมบริหารพรรคมีทั้งมืออาชีพจากแวดวงต่างๆ ที่ตัดสินใจมาทำงานรวมกับพรรคเพื่อพัฒาประเทศ มีทั้งคนร่วมงานกับพรรคมานานและไม่ได้ปรากฎตัวให้คนทั่วไปเห็น ทำให้คนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าไม่เคยร่วมงานกับพรรคมาก่อน
นายณัฐพงษ์ กล่าาว่า พรรคประชาชนได้นำเสนอทีมผู้บริหารผ่านรายการ The Professionals นั้นไปแล้ว 2 ท่าน สำหรับประเด็นคนนอกหรือคนใน ต้องดูทั้งด้านอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นไปตามแนวทางเดียวกันหรือไม่ มีความรู้ความสามารถเหมาะสมหรือไม่ ส่วนประเด็นของท่านทูตพิศาล ทั้งเรื่องจุดยืนสมัยประจำการอยู่สหรัฐอเมริกา ภายใต้ยุค คสช. ตอนนั้นท่านทำหน้าปฏิบัติหน้าที่เป็นทูตประจำสหรัฐอเมริกา เป็นข้าราชการประจำกระทรวงต่างประเทศ ท่านก็ทำหน้าที่ภายใต้หมวกกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งต้องชี้แจงตามที่กระทรวงสั่งการ ประวัติที่ผ่านมาช่วงหลังที่ท่านทูตพิศาลเป็น สว. ซึ่งมีทั้งการโหวตใ้ห้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และยังได้โหวตเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปิดสวิตช์ สว. ถึง 6 ครั้ง เหล่านี้น่าจะพิสูจน์ได้ระดับหนึ่งว่าท่านมีแนวคิดแนวทางเดียวกับพรรคประชาชน

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากใครยังมีคำถามเกี่ยวกับจุดยืนหรือความเชื่อ อุดมการณ์ทางการเมือง ตนไม่สามารถตอบแทนได้ แต่ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน หลักของพรรคประชาชน เราไม่ได้ปิดกั้นทางความคิด เนื่องจากการสร้างความเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องการฉันทามติทางสังคม เราต้องเปิดกว้าง ในอดีตที่มีความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ใครอาจจะเคยเชื่อว่าการปฏิวัติรัฐประหารช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ เราไม่ได้เชื่อแบบนั้น ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น การรัฐประหารที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำให้การคอร์รัปชั่นลดลงแต่อย่างใด ในอดีตคุณอาจจะเคยเชื่ออะไรมา แต่วันนี้เรามีแนวทางเดียวกันก็สามารถร่วมกันหาทางออกให้สังคมร่วมกันได้
ส่วนกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่าทำไมไม่ให้ ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ มาดำรงตำแหน่งนี้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ควรจะต้องกลับไปถามคุณฟูอาดี้โดยตรงด้วย ตนคิดว่าแต่ละคนมีข้อจำกัดแตกต่างกันไป เหตุผลมีหลากหลายทั้งเรื่องจุดยืนทางการเมือง เหตุผลส่วนตัว ในส่วนของ ฟูอาดี้ก็เป็นผู้มีความสามารถ และช่วยให้คำแนะนำกับพรรคในฐานะนักวิชาการมาอย่างยาวนาน แต่ขึ้นกับความพร้อมของเจ้าตัวว่าต้องการมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่

สำหรับ กรณี หมอนิว กัลยพัชร ที่ออกมาพูดถึงการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ตนรู้สึกเสียดายที่แม้ว่าปัจจุบันจะมีตำแหน่งที่เปลี่ยนไป แม้ไม่ได้เป็นผู้สมัคร สส. แต่การเป็นสมาชิกพรรคก็คือการเป็นเจ้าของพรรค การที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของพรรคบางด้าน เสียงของหมอนิวในฐานะสมาชิกพรรคจะได้รับฟังมากที่สุด เพราะทุกการตัดสินใจใหญ่ๆ ก็จะรับฟังเสียงสมาชิกพรรคทุกครั้ง อาจจะมีบางอย่างที่หมอนิวไม่เข้าใจกระบวนการของพรรคทั้งหมด ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไม่ได้ใช้สิทธิสมาชิกในพรรคในการสร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า การตัดสินใจทุกอย่างของพรรคก็มาจากหัวหน้าพรรคร่วมกับผู้บริหารพรรคและกรรมการบริหารพรรค อดีตแกนนำก็อยู่ในฐานะที่ปรึกษาพรรคด้วยเช่นกัน ความรับผิดรับชอบก็อยู่ที่ตนและผู้บริหารพรรคและกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดเช่นกัน พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนติดตามรายการ The Professionals เปิดตัวไปเพียง 2 คน ยังมีการเปิดตัวทุกวันจนถึงวันที่ 15 มกราคม เชื่อว่าเป็นมืออาชีพที่จะทำให้ประชาชนเชื่อว่ารัฐบาลประชาชนจะบริหารประเทศ สร้างการเปลี่ยนแปลงได้
