
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ รวมถึงการจัดสร้างเครื่องประกอบงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ อาคารวิธานสถาปกศาลา มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ในการติดตามความคืบหน้าครั้งนี้ กรมศิลปากรรายงานว่า การก่อสร้างพระเมรุมาศมีความก้าวหน้าแล้วมากกว่าร้อยละ 90 โดยทุกภาคส่วนยังเร่งดำเนินงานตามแผนที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งของแผ่นดิน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้รับฟังรายงานความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด โดยยึดถือโบราณราชประเพณี พระราชอิสริยยศที่ได้รับพระราชทาน และพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์เป็นสำคัญ เพื่อให้การจัดสร้างเป็นไปอย่างสมพระเกียรติสูงสุด ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรายงานต่อองค์ที่ปรึกษา เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยในขั้นตอนต่อไป

ภายหลังรับฟังรายงาน นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของสำนักช่างสิบหมู่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมไทยอันทรงคุณค่า ก่อนลงพื้นที่ตรวจความก้าวหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อติดตามการดำเนินงานในภาพรวมอย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามแผนอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ความสำคัญกับความประณีต ความถูกต้องตามโบราณราชประเพณี และคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมในทุกขั้นตอน เพื่อให้งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและการจัดสร้างพระเมรุเป็นไปอย่างงดงาม สมพระเกียรติ และสมพระราชฐานะสูงสุด อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพสกนิกรชาวไทย




