“พีระพันธุ์”นำรวมไทยสร้างชาติล่องใต้ 14 จังหวัดชูพลังงาน-คุกกลางทะเล

ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ บรรยากาศทางการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อพรรครวมไทยสร้างชาติเปิดตัวคาราวานหาเสียงเชิงรุก “ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้” อย่างเป็นทางการ เตรียมตระเวนทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้ ท่ามกลางกองเชียร์จำนวนมากที่เดินทางมารอต้อนรับอย่างเนืองแน่น

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่า การปล่อยคาราวานครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งพรรคได้รับกระแสตอบรับเกินความคาดหมาย และสามารถคว้าคะแนนเสียงเกือบ 8 แสนคะแนนในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนให้ความเชื่อมั่นในนโยบายที่ “พูดแล้วทำ” โดยเฉพาะนโยบายด้านการเกษตร และสวัสดิการถ้วนหน้า 1,500 บาท

หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังหยิบผลงานช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมาตอกย้ำว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปี สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้มากกว่า 2.7 แสนล้านบาท พร้อมยืนยันว่าการบริหารพลังงานเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจทางการเมือง

“ตอนผมเป็นรัฐมนตรี ผมตรึงราคาแก๊สหุงต้มไว้ที่ 423 บาท ทั้งที่ต้นทุนสูงกว่าปัจจุบัน แต่วันนี้ต้นทุนลดลงเหลือราว 20 บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายกลับแพงขึ้น หากรวมไทยสร้างชาติได้กลับมาบริหารประเทศ ผมยืนยันว่าราคาแก๊สจะเหลือเพียง 360 บาทต่อถัง” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงนโยบายที่สร้างแรงสั่นสะเทือนทางสังคมอย่าง “คุกกลางทะเล” สำหรับผู้กระทำผิดขั้นร้ายแรง ซึ่งระบุว่าได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากเป็นมาตรการแก้ปัญหาอาชญากรรมอย่างจริงจัง

หัวหน้าพรรคย้ำว่า ไม่ได้เสียดายตำแหน่งทางการเมืองที่พ้นมา แต่เสียดายโอกาสในการช่วยเหลือประชาชน พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่ตกอยู่ภายใต้ผลประโยชน์ใดๆ

“นโยบายหาเสียงใครก็พูดได้ แต่สิ่งสำคัญคือทำได้จริงหรือไม่ และผมยืนยันว่าใครก็ซื้อผมไม่ได้ นอกจากผลประโยชน์ของประชาชน กาเบอร์ 6 จะไม่มีวันทำให้ผิดหวัง” นายพีระพันธุ์ กล่าว

ภายหลังการแถลงข่าว แกนนำพรรคได้ร่วมถ่ายภาพกับ “รถเมล์แห่งความหวัง” และบิ๊กไบค์หมายเลข 6 ซึ่งกลายเป็นไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม

สำหรับขบวนคาราวาน “ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้” จะเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่จังหวัดชุมพร ก่อนกระจายลงพื้นที่ครบทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้จนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังร่วมขบวน เพื่อขยายฐานการรับรู้ไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่