
บรรยากาศแห่งความโศกเศร้าปกคลุมไปทั่ววัดพระแม่สกลสงเคราะห์ ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นคืนที่สองของพิธีสวดภาวนาไว้อาลัยให้กับ “น้องอัญญ่า” หรือ น.ส.อัจฉริยะ อุดมเดช อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ อินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 8 แสนคน ผู้เป็นที่รู้จักจากการตีกลองเปิดหมวกและจำหน่ายน้ำพริกออนไลน์ เพื่อนำรายได้มาดูแลครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อที่กำลังป่วยติดเตียง ก่อนจะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อค่ำวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ภายในพิธีเต็มไปด้วยความอาลัยของครอบครัว ญาติสนิท เพื่อน และแฟนคลับที่เดินทางมาร่วมส่งน้องอัญญ่าเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางบรรยากาศเงียบงันและเสียงสะอื้นเป็นระยะ โดยหนึ่งในภาพที่สะเทือนใจที่สุด คือการที่ นายโอฬาริก อุดมเดช อายุ 59 ปี คุณพ่อของน้องอัญญ่า ซึ่งอยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล ได้รับอนุญาตจากแพทย์ให้เดินทางมาร่วมพิธี พร้อมมีเจ้าหน้าที่พยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ก่อนจะต้องเดินทางกลับไปรักษาตัวต่อหลังเสร็จสิ้นพิธี

นายโอฬาริก เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ตนและน้องอัญญ่าอยู่ด้วยกันเพียงสองคน ลูกสาวคอยดูแลทุกอย่างนับตั้งแต่ตนประสบอุบัติเหตุตกบันไดจนกระดูกคอหัก และยังตรวจพบเนื้องอกในสมอง ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาล
“วันเกิดเหตุ ลูกเพิ่งมาป้อนข้าวให้ผมที่โรงพยาบาลเหมือนทุกวัน ก่อนจะขี่รถกลับออกไป ไม่นานหลังจากนั้นมีสายจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยโทรเข้ามาหลายครั้ง ผมไม่ได้รับเพราะคิดว่าเป็นสายทั่วไป จนรู้สึกผิดสังเกตจึงรับสาย และได้รับข่าวร้ายว่าลูกสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตอนนั้นผมช็อกจนทำอะไรไม่ถูก” คุณพ่อกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

น้องธัญญา
คุณพ่อยังระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยรายละเอียดกับคู่กรณี แต่ต้องการให้มีการแสดงความรับผิดชอบอย่างเหมาะสม เพราะลูกสาวกำลังมีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า พร้อมยืนยันว่าจะพยายามรักษาตัวให้หาย และกลับมาสานต่อธุรกิจ “น้ำพริกอัญญ่า” ที่ลูกสาวตั้งใจสร้างไว้ด้วยความมุ่งมั่น

ด้าน น.ส.จุฑามาศ สุดจา อายุ 51 ปี คุณแม่ของน้องอัญญ่า เปิดเผยว่า แม้จะแยกทางกับคุณพ่อของน้องอัญญ่ามานานกว่า 10 ปี แต่ตนยังคงดูแลและสนับสนุนลูกสาวมาโดยตลอด ทั้งค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและที่พักใกล้มหาวิทยาลัย
คุณแม่เล่าย้อนถึงลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจว่า น้องอัญญ่าเป็นเด็กที่มุ่งมั่นและมีความฝันชัดเจน ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก็เลือกสอบเทียบเพื่อให้เรียนจบเร็วที่สุด จนสามารถเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยได้เร็วกว่าคนรุ่นเดียวกัน และเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดในรุ่น
นอกจากนี้ น้องอัญญ่ายังมีพรสวรรค์ด้านดนตรี โดยเฉพาะการฟังและแยกประเภทเสียงดนตรี จนได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวให้เดินตามความฝันอย่างเต็มที่ กระทั่งสามารถสร้างชื่อเสียงบนโลกออนไลน์จากความสามารถด้านการตีกลอง และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนจำนวนมาก

“วันอังคารที่ผ่านมา เรายังนัดกันไปกินสุกี้และถ่ายรูปด้วยกันอยู่เลย ไม่คิดว่านั่นจะเป็นภาพสุดท้ายของแม่กับลูก พอป้าของน้องมาบอกข่าวที่บ้าน ฉันไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จนไปถึงที่เกิดเหตุและเห็นสร้อยคอของลูกที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ดู ทุกอย่างเหมือนพังทลายลงต่อหน้าต่อตา” คุณแม่กล่าวทั้งน้ำตา
แม่ยังบอกอีกว่า น้องอัญญ่าเคยปรับทุกข์อยู่หลายครั้งว่ารู้สึกเหนื่อยกับภาระการดูแลคุณพ่อที่ป่วยหนัก แต่ไม่เคยคิดจะทอดทิ้งหน้าที่ และยังคงทำทุกอย่างด้วยความรักและความกตัญญู
สำหรับประเด็นคดีความ คุณแม่ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยรายละเอียดกับคู่กรณี แม้จะมีการเข้ามาขอโทษในคืนเกิดเหตุแล้วก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้ครอบครัวจัดพิธีศพให้เสร็จสิ้นก่อน

“จากภาพกล้องวงจรปิดที่ดู น้องขี่รถอยู่เลนซ้ายสุดและกำลังจะเลี้ยวเข้าซอย ฉันเชื่อว่าลูกไม่ได้เป็นฝ่ายผิด อยากให้ได้รับความเป็นธรรมที่สุด เพราะหากลูกยังมีชีวิตอยู่ เขาจะไปได้ไกลกว่านี้มาก ฉันเตรียมหาทุนเพื่อส่งลูกไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว แต่ทุกอย่างก็จบลงในพริบตา” คุณแม่กล่าว
ทั้งนี้ ครอบครัวกำหนดประกอบพิธีมิสซาปลงศพในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. หลังเสร็จสิ้นพิธี จะเคลื่อนย้ายร่างของน้องอัญญ่าไปบรรจุ ณ สุสานศานติคาม อ.สามพราน จ.นครปฐม ท่ามกลางความอาลัยของผู้คนจำนวนมากที่ยังคงจดจำรอยยิ้ม ความกตัญญู และความมุ่งมั่นของหญิงสาววัย 19 ปี ผู้เป็นทั้งเสาหลักของครอบครัวและความหวังของคนที่รักเธอทุกคน

