
เวทีปราศรัยโค้งสุดท้ายของพรรคภูมิใจไทยที่อำเภอคูเมือง เมื่อวันที่ 24 ม.ค. กลายเป็นสนามการเมืองที่คึกคักและดุเดือดที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เมื่อ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 บุรีรัมย์ แชมป์เก่า จูงมือ นายศักดิ์ ซารัมย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 แชมป์เก่าเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ ขึ้นเวทีปลุกกระแสเรียกศรัทธาประชาชน
เวทีปราศรัยจัดขึ้นบริเวณสนามข้าง สภ.คูเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 5 ท่ามกลางประชาชนจากทั้งสองเขตกว่า 5,000 คน ที่หลั่งไหลมาร่วมฟังอย่างเนืองแน่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและแรงเชียร์ตลอดการปราศรัย

นายโสภณ เปิดเกมรุกด้วยการ ชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส” ที่เคยดำเนินการมาแล้วในช่วง 2 เดือนที่พรรคภูมิใจไทยร่วมบริหารประเทศ โดยย้ำว่าเป็นนโยบายที่ “ลงทุนร่วมกัน ไม่ใช่แจกเปล่า” และได้รับเสียงตอบรับดีจากทั้งประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า พร้อมประกาศเดินหน้าต่อหากได้โอกาสบริหารประเทศเต็มวาระ
พร้อมกันนี้ยังชูนโยบาย ดูแลผู้สูงอายุแบบเสมอภาค โดยผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 1,000 บาท รวมถึงนโยบาย ปราบยาเสพติด ปราบสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในวงกว้าง

ด้านเศรษฐกิจฐานราก นายโสภณ เน้นหนักเรื่องการ ยกระดับราคาผลผลิตทางการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรหลุดพ้นจากวงจรหนี้สิน โดยย้ำชัดว่า “สินค้าเกษตรต้องไม่ขาดทุน” พร้อมยกตัวอย่างผลงานในช่วงที่ผ่านมา ที่ข้าวและมันสำปะหลังมีราคาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายโสภณ กล่าวกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาว่า “การเลือกตั้งปี 2566 ใครที่เคยเลือกพรรคอื่น วันนี้ขอให้กลับมาเลือกภูมิใจไทย เพราะเราพูดจริง ทำจริง ไม่ใช่นโยบายขายฝัน” ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากผู้ร่วมฟัง

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับ ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมระบุว่า นายกรัฐมนตรีในยุคโลกเผชิญภาวะสงคราม ต้องเป็นผู้นำที่สามารถเจรจาในเวทีนานาชาติได้อย่างมีศักดิ์ศรี
ในประเด็นยาเสพติด นายโสภณ ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยมีแนวทางชัดเจน แตกต่างจากหลายพรรคที่ “พูดแต่ไม่เห็นทางปฏิบัติ” โดยยืนยันว่าใน 4 ปีข้างหน้า จะมี ค่ายบำบัดยาเสพติดครบทุกอำเภอ ควบคู่กับการปราบปรามอย่างจริงจัง พร้อมย้ำว่าแนวทางวิสามัญแบบในอดีตไม่สามารถทำได้อีกต่อไป ต้องดึงลูกหลานกลับเข้าสู่กระบวนการบำบัด

ขณะเดียวกัน ยังประกาศชัด ไม่สนับสนุนอบายมุข ทั้งพนันออนไลน์และนโยบายหวยรายสัปดาห์ โดยมองว่าเป็นการซ้ำเติมความยากจนของประชาชน
ท้ายที่สุด นายโสภณ แสดงความมั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยจะคว้า ส.ส.ครบทั้ง 10 เขตของจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ใช่คำพูดโอ้อวด แต่เป็นผลจากสิ่งที่ประชาชนเห็นเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำแนวคิดว่า พรรคจะต้อง “กตัญญูกับประชาชนที่เลือกเรา” และหากได้เสียงสนับสนุนจากทุกจังหวัด ความเจริญจะต้องกระจายไปทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม

หลังจบเวที นายโสภณ และนายศักดิ์ ได้ลงมาพบปะทักทาย ถ่ายภาพกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่สะท้อนถึงการเมืองโค้งสุดท้ายที่ร้อนแรงและเข้มข้นอย่างยิ่ง
ข่าว/ภาพ : สุรชัย พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์


