‘ภูมิใจไทย’ ปะทะเดือด ‘โรม’ ท้วงเรียกสอบสส.ไอเดียร์-สามี ไร้มติกรรมาธิการฯ

กมธ.กฎหมายฯ เดือดก่อนเข้าวาระ! “ศุภชัย” ท้วง “โรม” เดินหน้าสอบปมสินบน 40 ล้านบาท–เรียก “สุชาดาและสามี” ชี้แจง โดยยังไม่มีมติรับเรื่อง เกิดโต้เถียงจนประธานปิดไมค์ฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม กมธ. โดยแจ้งวาระศึกษานโยบายทางกฎหมายเชิงรุกและติดตามการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีการเสนอสินบนเกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ รวมถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการติดตามควบคุมการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

การประชุมครั้งนี้ กมธ.ได้เชิญนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจง โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาชี้แจงแทน นอกจากนี้ ยังเชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ปปง. และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจน น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และสามี โดยขณะเริ่มประชุม กมธ.ยังไม่ได้รับแจ้งว่าทั้งสองจะเข้าชี้แจงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าสู่วาระ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ ยกมือทักท้วง พร้อมระบุว่าได้ส่งหนังสือถึงกรรมาธิการทุกคน เพื่อแสดงความเห็นและทักท้วงการดำเนินงานของประธาน กมธ. เนื่องจากเห็นว่าการพิจารณาบางเรื่องไม่เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบวาระ อีกทั้งยังไม่มีการขอมติจากที่ประชุม

นายศุภชัยกล่าวว่า คณะกรรมาธิการประกอบด้วยผู้แทนจากหลายพรรคการเมือง การดำเนินงานจึงต้องอาศัยมติร่วมกัน ไม่ควรให้ประธานดำเนินการบางเรื่องโดยพลการ พร้อมยกกรณีเงินสินบน 40 ล้านบาท ซึ่งระบุว่ายังไม่มีการขอมติว่าจะรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่ แต่ประธานกลับเดินหน้าดำเนินการแล้ว รวมถึงกรณีของ น.ส.สุชาดาด้วย โดยต้องการให้การทำงานกลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม และให้ประธานทำหน้าที่อย่างสง่างาม

ระหว่างนั้น นายรังสิมันต์ขอให้นายศุภชัยสรุปและอยู่ในประเด็น แต่นายศุภชัยยังกล่าวต่อถึงการแถลงข่าวและแสดงความคิดเห็นของประธาน ซึ่งอาจทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นความเห็นหรือมติของคณะกรรมาธิการ ทั้งที่อาจเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของนายรังสิมันต์ และอาจส่งผลให้กรรมาธิการคนอื่นได้รับผลกระทบจากการถูกร้องเรียนด้านจริยธรรมไปด้วย

เมื่อนายรังสิมันต์ขอให้สรุปอีกครั้ง เพื่อเข้าสู่วาระการประชุม นายศุภชัยกล่าวสวนว่า “นี่คือท่าน ไม่เปิดโอกาสให้ผมพูด เรื่องที่เกี่ยวกับผลกระทบของท่าน ไม่ยอมให้พูด” ก่อนที่นายรังสิมันต์จะปิดไมโครโฟนของนายศุภชัย พร้อมชี้แจงว่าได้ให้เวลาพูดหลายนาทีแล้ว จากนั้นจึงอนุญาตให้นายศุภชัยพูดต่อ

ต่อมา นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ ได้สนับสนุนข้อท้วงติงของนายศุภชัย เช่นเดียวกับกรรมาธิการสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยคนอื่น ๆ ที่ร่วมสนับสนุนคำโต้แย้งดังกล่าว

แม้นายรังสิมันต์พยายามนำที่ประชุมเข้าสู่ระเบียบวาระ แต่นายศุภชัยยังทักท้วงว่าไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เพราะเห็นว่าการประชุมไม่ชอบด้วยข้อบังคับ พร้อมเรียกร้องให้ขอมติจากที่ประชุม จนเกิดการโต้เถียงกันอีกครั้ง นายรังสิมันต์จึงขอให้ที่ประชุมอยู่ในความสงบ ขณะที่นายศุภชัยตอบว่าตนใช้สันติวิธีอยู่แล้ว

นายรังสิมันต์อธิบายว่า กรณีหนังสือแสดงความไม่เห็นด้วยของนายศุภชัย รวมถึงแนวทางหารือและการขอมติ จะนำไปพูดคุยกันในวาระอื่น แต่นายศุภชัยย้ำว่า สิ่งที่ต้องการคือการสร้างบรรทัดฐาน เพราะไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาวาระวันนี้ ซึ่งยังไม่มีการขอมติว่าจะรับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณา พร้อมระบุว่า หากประธานเห็นสมควรจะดำเนินการต่อ ก็เป็นสิทธิที่ประธานจะพิจารณา

ท้ายที่สุด นายรังสิมันต์วินิจฉัยว่า ข้อทักท้วงของกรรมาธิการทุกคนมีความสำคัญต่อการพิจารณา และจะนำไปหารือในวาระอื่น ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมทันที หลังการถกเถียงเรื่องขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ของประธานดำเนินไปเกือบ 30 นาที