มหาดไทยเชือด 5,925 รายแก้คะแนนสอบท้องถิ่น ลั่นสาวถึงบิ๊ก C11

มหาดไทยเปิดข้อมูลใหญ่ปมแก้คะแนนสอบท้องถิ่น ถอนผู้ได้ประโยชน์ครบ 5,925 ราย ส่งข้อมูล 5 หน่วยงานลุยคดี ลั่นหลักฐานถึงใครเอาผิดหมด แม้เป็นข้าราชการระดับสูง

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเพิกถอนการบรรจุผู้ที่ตรวจพบว่ามีการแก้ไขคะแนนสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยยืนยันว่า ขณะนี้ดำเนินการถอดถอนผู้ที่เกี่ยวข้องครบทั้งหมด 5,925 รายแล้ว พร้อมเดินหน้าขยายผลทั้งคดีอาญา วินัย และเส้นทางการเงิน ย้ำไม่ว่าจะเกี่ยวข้องถึงข้าราชการระดับสูงเพียงใดก็ต้องถูกดำเนินคดีถึงที่สุด

การแถลงมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมชี้แจง ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ถนนนครราชสีมา กรุงเทพฯ

นายวรศิษฎ์ ระบุว่า ปัญหาการสอบครั้งนี้ต้องแยกข้อเท็จจริงเป็น 2 ช่วง คือ ก่อนเกิดเหตุทุจริต และหลังตรวจพบความผิดปกติ โดยย้อนว่า ในช่วงต้นปี 2567 มีการจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับจ้างดำเนินการสอบ ซึ่งเดิมมหาวิทยาลัยบูรพาได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะ แต่ก่อนลงนามสัญญา มีประชาชนจากจังหวัดศรีสะเกษเข้าร้องเรียนถึงความไม่ชอบมาพากลและการเรียกรับผลประโยชน์

กระทรวงมหาดไทยจึงประสาน ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ บก.ปปป. เข้ามาร่วมวางมาตรการป้องกัน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและจัดทำ MOU เพื่อตรวจสอบกระบวนการสอบทุกขั้นตอน ก่อนมีข้อเสนอให้เพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตและให้หน่วยงานตรวจสอบเข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด

นายวรศิษฎ์ยืนยันว่า การยกเลิกกระบวนการจัดจ้างเดิมไม่ได้เกิดจากคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือฝ่ายการเมือง แต่เกิดจากเงื่อนไขและมาตรการสอบที่เปลี่ยนไป จนไม่สามารถใช้กรอบสัญญาเดิมได้ โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้หารือกรมบัญชีกลางก่อนดำเนินการ และต่อมาใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding ซึ่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เป็นผู้ชนะการประกวดราคา

“หากคิดจะล้มประมูลเพื่อโกงจริง คงไม่มีใครดึงทั้ง ป.ป.ช. และตำรวจเข้ามาร่วมตรวจสอบตั้งแต่ต้น” นายวรศิษฎ์กล่าว พร้อมระบุว่า เมื่อพบความผิดปกติ ป.ป.ช. ซึ่งร่วมติดตามกระบวนการมาตั้งแต่ต้นได้เข้าตรวจสอบทันที ขณะที่ตำรวจเร่งสืบสวนเครือข่ายนายหน้าและผู้เรียกรับเงิน ส่วนกระทรวงมหาดไทยดำเนินการทางปกครองและวินัยควบคู่กัน

ผลตรวจสอบพบผู้เข้าสอบที่มีการแก้ไขคะแนนให้ผ่านเกณฑ์จำนวน 5,925 ราย กสถ. จึงประกาศผลสอบใหม่และสั่งให้คณะกรรมการระดับจังหวัดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศเพิกถอนการบรรจุผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จครบถ้วน

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ กระทรวงมหาดไทยเตรียมส่งข้อมูลผู้เกี่ยวข้องให้ 5 หน่วยงาน ได้แก่ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. ดีเอสไอ และ บก.ปปป. เพื่อขยายผลทางคดี พร้อมแจ้งรายชื่อผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนไปยังหน่วยงานจัดสอบภาครัฐเพื่อใช้เฝ้าระวังในอนาคต

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงแนวทางเรียกคืนเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถูกเพิกถอนเคยได้รับ รวมทั้งชะลอจ่ายค่างวดสุดท้ายให้ มศว. และหารือสำนักงานอัยการสูงสุดเกี่ยวกับความรับผิดในงวดงานที่จ่ายไปก่อนหน้านี้

กระทรวงมหาดไทยยังเตรียมทีมกฎหมายระดับจังหวัดช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีถูกฟ้องร้อง พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอจับตาไม่ให้มีการนำผู้ถูกเพิกถอนกลับเข้ามาทำงานในรูปแบบสัญญาจ้างเหมาบริการ โดยจะมีหนังสือสั่งการให้ชะลอการจ้างบุคคลกลุ่มดังกล่าวไว้ก่อน

ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยเตรียมมาตรการคืนความเป็นธรรมให้ผู้สอบได้ตัวจริง ทั้งผู้ที่บรรจุแล้วแต่เสียสิทธิในการเลือกพื้นที่ และผู้ที่ยังรอเรียกบรรจุ โดยจะเสนอปรับหลักเกณฑ์การโอนย้ายให้ดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น และเร่งนำตำแหน่งว่างกลับมาเรียกผู้สอบได้ตามบัญชีทดแทนให้ครบถ้วน

นายวรศิษฎ์ย้ำว่า คดีนี้ยังไม่ถือว่าจบ โดยคำว่า “ปิดจ็อบ” ที่มีการกล่าวถึง หมายถึงเพียงการปิดขั้นตอนด้านการบริหารบัญชีสอบและการถอดถอนผู้ที่ได้ประโยชน์จากการแก้คะแนนเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการยุติคดีอาญา

“ทั้ง ป.ป.ช. และตำรวจยังเดินหน้าสืบสวนขยายผลหาผู้บงการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับ C10, C11 หรือสูงกว่านั้น หากหลักฐานไปถึงใครก็ต้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีข้อยกเว้น” นายวรศิษฎ์กล่าว