ม็อบเดือดบุกเขย่า กกต.จี้นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศขู่ยกระดับชุมนุม

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมตัวแทนภาคประชาชน เดินหน้ากดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วยการเคลื่อนขบวนบุกศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 5 ประการ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด หลังพบความผิดปกติในการนับคะแนนการเลือกตั้งที่ผ่านมา

แกนนำการชุมนุมระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพียงประการเดียว คือ “ความโปร่งใส” ของกระบวนการเลือกตั้ง พร้อมย้ำชัดว่ามาในนามภาคประชาชน ไม่ได้มีพรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลัง

สำหรับ ข้อเรียกร้องหลักของมวลชน ประกอบด้วย

  1. นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ โดยต้องดำเนินการอย่างเปิดเผย และเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมตรวจสอบได้
  2. ลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางวินัยและอาญา หากพบการปล่อยปละละเลยจนก่อให้เกิดการทุจริต
  3. เปิดเผยคะแนนดิบรายหน่วยเลือกตั้ง และประกาศต่อสาธารณะทันที
  4. จัดการเลือกตั้งใหม่เป็นรายเขต ในพื้นที่ที่พบความผิดปกติร้ายแรง เช่น บัตรเลือกตั้งสูญหาย หรือจำนวนบัตรไม่ตรง
  5. เรียกร้องให้ กกต. ทั้ง 7 คน ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องแล้ว

นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ แกนนำกลุ่ม กล่าวกับผู้ชุมนุมท่ามกลางเสียงปรบมือและตะโกนสนับสนุนว่า “ความพ่ายแพ้เรายอมรับได้ แต่ความไม่โปร่งใสเรายอมรับไม่ได้”

ด้าน พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. ทำหน้าที่เป็นผู้แทนรับหนังสือ พร้อมชี้แจงว่า กกต. พร้อมตรวจสอบทุกข้อร้องเรียนตามขั้นตอนของกฎหมาย และกำลังเร่งนำผลคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งกว่า 100,000 หน่วย เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ กกต. ทั้งระดับจังหวัดและส่วนกลาง เพื่อเปิดให้สาธารณชนตรวจสอบ โดยคาดว่าการอัปโหลดข้อมูลจะแล้วเสร็จภายใน 1–2 วัน

อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวยังไม่สามารถคลายความไม่พอใจของผู้ชุมนุมได้ทั้งหมด โดยตลอดการยื่นข้อเรียกร้อง มีเสียงตะโกนขับไล่ กกต. และเสียงเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่เป็นระยะ สะท้อนแรงกดดันที่กำลังเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แกนนำกลุ่มประกาศชัดว่า หากภายในวันนี้ กกต. ยังไม่แสดงท่าทีตอบรับอย่างเป็นรูปธรรมต่อข้อเรียกร้อง ภาคประชาชนพร้อมพิจารณา “ยกระดับการชุมนุมทันที” เพื่อทวงคืนความเชื่อมั่นให้กับระบบเลือกตั้งของประเทศ