รทสช.ปลุกเวทีใหญ่กทม.”พีระพันธุ์”ลั่นท้าชนโครงสร้างอำนาจเดิม

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเวทีปราศรัยใหญ่เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แคมเปญ “เลือกเบอร์ 6 เลือกกำหนดชีวิตเอง” ณ ลานอเวนิว โซน A ศูนย์การค้า MBK Center นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำและผู้บริหารพรรค อาทิ นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค รวมถึงสมาชิกพรรคและผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 33 เขตกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนหลั่งไหลเข้าร่วมรับฟังอย่างต่อเนื่อง

นายนราพัฒน์ แก้วทอง กล่าวถึงปัญหาเชิงโครงสร้างด้านการเกษตร โดยชี้ว่าเกษตรกรไทยยังยากจนจากต้นทุนการผลิตที่สูง โดยเฉพาะราคาปุ๋ยซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าและผันผวนตามตลาดโลก พรรครวมไทยสร้างชาติจึงเสนอใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่าง “โพแทสเซียม” เพื่อลดต้นทุน ตั้งเป้าลดราคาปุ๋ยไม่เกิน 500 บาท พร้อมระบุว่า ไทยมีก๊าซธรรมชาติที่สามารถนำมาผลิตยูเรียได้เอง ลดภาระเกษตรกรในระยะยาว

ด้านนโยบายข้าว เสนอปรับโครงสร้างจากการขายข้าวเปลือกเป็นการแปรรูปครบวงจร โดยรัฐสนับสนุนการอบ สี บรรจุ และแพลตฟอร์มจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าและดันราคาข้าวเปลือกคำนวณย้อนกลับได้ถึง 15,000 บาทต่อตัน ลดการอุดหนุนซ้ำซ้อน พร้อมเดินหน้าโซนนิ่งการผลิต ใช้ Big Data เชื่อมข้อมูลพาณิชย์–เกษตร ส่งเสริม Young Smart Farmer เข้าถึงตลาดโลก ลดบทบาทพ่อค้าคนกลาง และยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน

ขณะที่ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวถึงผลงานด้านพลังงาน โดยระบุว่า แม้จะถูกตั้งคำถามว่านักกฎหมายไม่เหมาะดูแลพลังงาน แต่ผลลัพธ์พิสูจน์แล้วว่า นายพีระพันธุ์ สามารถ “เปลี่ยนกติกา” ระบบไฟฟ้าไทย ลดค่าไฟจาก 4.70 บาท เหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย ลดลงถึง 76 สตางค์ หรือราว 16% ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 270,000 ล้านบาท

ดร.อรรถวิชช์ ยังวิพากษ์ระบบเครดิตบูโรของไทยว่าเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันเสรี เอื้อให้ธนาคารพาณิชย์มีกำไรสูงปีละกว่า 2 แสนล้านบาท พร้อมชี้ว่าปัญหาปุ๋ยแพงและค่าครองชีพสูงล้วนเกิดจากทุนผูกขาด โดยยอมรับว่าการยืนหยัดชนทุนทำให้จำนวน สส. ของพรรคลดลง แต่ยืนยันว่าจะไม่ถอย พร้อมประกาศว่าผู้สมัครของพรรค แม้ทุนไม่หนา แต่มี “หัวใจเต็มร้อย”

ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดร.อรรถวิชช์ ย้ำไม่เห็นด้วยกับการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยเตือนว่าจะกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน และเสนอให้แก้ไขผ่านวิวัฒนาการของตัวบทกฎหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศ

ด้าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กล่าวปราศรัยปิดเวที ภายใต้แนวคิด “ชีวิตเรา เราเลือกเอง” ย้ำว่าการเลือกตั้งไม่ควรตกเป็นเหยื่อวาทกรรมและยุทธศาสตร์การเมืองที่บีบบังคับประชาชน พร้อมตั้งคำถามว่า เลือกแล้วประชาชนได้อะไรกลับคืนมา

นายพีระพันธุ์ ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติยืนหยัดเป็น “สีขาว” ไม่ย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ มุ่งแก้ปัญหาปากท้อง ทั้งการลดค่าไฟ ลดค่าครองชีพ ลดราคาพลังงาน พร้อมยืนยันว่า หากได้รับอำนาจเต็ม จะสามารถลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาทต่อหน่วย และภายใน 4 ปี ช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 1.7 ล้านล้านบาท

พร้อมกันนี้ ยังประกาศเดินหน้ารื้อโครงสร้างการศึกษาไทย ยกเลิกระบบสอบเข้า เปิดโอกาสให้เยาวชนเลือกเรียนในสิ่งที่สนใจ ภายใต้นโยบาย “อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน” เพื่อคืนอนาคตให้คนรุ่นใหม่ และย้ำจุดยืนชัดว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่เล่นเกมการเมือง ไม่ขายอุดมการณ์ และจะทำการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง