“วราวุธ”นำอดีตสส.ชทพ. 10 คนซบภูมิใจไทยมั่นใจหนุนงานพื้นที่ปักธงเลือกตั้งหน้า

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมอดีต สส.พรรค ชทพ. รวม 10 คน เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เพื่อเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นายวราวุธ กล่าวว่า อดีต สส.ทั้ง 10 คน มาจากพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี นครปฐม และร้อยเอ็ด ล้วนเป็นบุคลากรที่มีความสามารถ และตั้งใจเข้ามาทำงานร่วมกับพรรค ภท. เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้พรรคการเมืองขนาดเล็กมีพื้นที่ทำงานค่อนข้างจำกัด ที่ผ่านมาพรรค ชทพ.สามารถดูแลได้เพียงกระทรวงเดียว การเข้าร่วมพรรค ภท.จะช่วยให้การทำงานของทีมมีความเป็นเอกภาพ และสามารถประสานงานผ่านเครือข่ายกระทรวงได้มากขึ้น

นายวราวุธ ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยมีศักยภาพเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งจะเอื้อให้การทำงานในพื้นที่สุพรรณบุรี นครปฐม และร้อยเอ็ด มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การย้ายมาสวมเสื้อพรรค ภท. จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่เหมือนเดิมหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ยอมรับว่าประชาชนในแต่ละพื้นที่มีความรู้สึกแตกต่างกัน โดยเฉพาะใน จ.สุพรรณบุรี แต่เชื่อว่าประชาชนจะมองที่ผลงาน พร้อมยกสุภาษิตต่างชาติว่า “ไม่สำคัญว่าแมวสีอะไร ขอแค่จับหนูได้” พร้อมยืนยันว่าแม้เปลี่ยนพรรค แต่บุคลากรยังเป็นคนเดิม ศักยภาพการทำงานยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเครือข่ายของพรรค ภท. ที่จะช่วยยกระดับการทำงานให้เข้มแข็งขึ้น

ส่วนกระแสข่าวว่าการออกจากพรรค ชทพ. เป็นเพียงการย้ายชั่วคราว นายวราวุธ ปฏิเสธทันที โดยยืนยันว่าไม่มีคำว่าชั่วคราว และการย้ายครั้งนี้เป็นการเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้พรรค ภท. ทั้งในด้านกำลังคน ความคิด และการทำงานในพื้นที่ พร้อมทุ่มเททำงานให้พรรคอย่างเต็มที่

เมื่อถูกถามย้ำว่า พรรค ชทพ. จะไม่ส่งผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายวราวุธ ตอบว่า “ไม่มีครับ” ก่อนจะกล่าวเสริมว่า ขณะนี้ไม่ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแล้ว จึงไม่สามารถตอบในนามพรรค ชทพ. ได้

สำหรับการเลือกตั้งใน จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ กล่าวว่า จะทำให้ดีที่สุดและไม่เคยประมาทคู่แข่ง หากจะปักธงในพื้นที่ก็ต้องสู้กันอย่างเต็มที่ พร้อมทิ้งท้ายว่า “วันนี้ไม่ลองก็ไม่รู้ ก็ลองดูกันสักตั้งหนึ่ง”