
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดเหตุโศกนาฏกรรมร้ายแรงบนเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ–ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลัง เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ล้มลงทับ ขบวนรถไฟโดยสารด่วนดีเซลรางปรับอากาศ (สปินเตอร์) ขบวนที่ 21 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 28 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 80 ราย
เหตุเกิดบริเวณทางรถไฟ บ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ขณะขบวนรถไฟออกจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ เมื่อเวลา 05.00 น. มุ่งหน้าปลายทางสถานีอุบลราชธานี มีผู้โดยสารรวม 208 คน และกำลังใช้ความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เครนยกสะพานของโครงการรถไฟความเร็วสูง ได้หล่นลงมาทับ โบกี้โดยสารที่ 2 เลขที่ 2521 ซึ่งมีผู้โดยสารอยู่ภายในประมาณ 40 คน ส่งผลให้โบกี้คันดังกล่าวพังยับเยิน กลายเป็นเศษเหล็ก และเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ก่อนที่แรงกระแทกจะดึงให้ โบกี้ที่ 1 และโบกี้ที่ 3 ตกรางตามมา
ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ผู้โดยสารในโบกี้ที่ 2 ไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ เนื่องจากเป็นรถปรับอากาศที่ใช้ ระบบประตูไฟฟ้าเปิด–ปิดอัตโนมัติ และ หน้าต่างไม่สามารถเปิดออกได้ ทำให้หลายชีวิตติดคาซากขณะเกิดเพลิงไหม้

ล่าสุด เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตในโบกี้ที่ 2 ซึ่งถูกเครนทับและไฟไหม้แล้ว 13 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 1 ราย และยังพบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในซากโบกี้อีก 2 ราย แต่ยังไม่สามารถนำออกมาได้ ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายอื่นอยู่ระหว่างการเร่งนำร่างออกจากพื้นที่
หลังเกิดเหตุ ขบวนรถพิเศษช่วยอันตรายจากกองกำกับการช่างกล เขต 2 นครราชสีมา ได้เร่งเข้าพื้นที่ ใช้รถปั่นจั่นยกโบกี้รถไฟที่ตกรางออกจากราง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเส้นทางการเดินรถไฟสายกรุงเทพฯ–ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้

สำหรับเจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถไฟ ประกอบด้วย
- นายเอกพล พนักงานขับรถ
- นายธีรวัฒน์ ช่างเครื่อง
- นายวิโรจน์ พนักงานรักษารถ
- นายธีระศักดิ์ พนักงานห้ามล้อ
ต่อมา นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้รุดลงพื้นที่ทันที พร้อมสั่งการให้ตำรวจ สภ.สีคิ้ว เร่งสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยควบคุมตัว วิศวกรและช่างผู้ควบคุมการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงในช่วงเกิดเหตุ ไปสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป

ด้านการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ รถพยาบาลจาก โรงพยาบาลสีคิ้ว, หน่วยกู้ภัย พรมธรรมสีคิ้ว, ฮุก 31 สีคิ้ว ได้เร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บ ส่งรักษายังโรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลสูงเนิน โรงพยาบาลปากช่อง และโรงพยาบาลเทพรัตน์ จังหวัดนครราชสีมา
โศกนาฏกรรมครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุทางรางที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี และสร้างความสะเทือนใจต่อสังคมเป็นอย่างมาก โดยประชาชนต่างเฝ้าติดตามการสอบสวนหาสาเหตุและความรับผิดชอบจากทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด

