
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นี้จะไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใช่หรือไม่ ว่า “คาดเข็มขัดนิรภัย” ส่วนที่ขณะนี้พรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณว่าจะไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือไม่นายกรัฐมนตรียกมือขึ้นมาโบกปฏิเสธ ก่อนระบุว่า ยังไม่ได้คุย แต่เรายังทำงานทุกวัน เผชิญเหตุได้ทุกสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่า หากไม่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะอยู่ไม่เกิน 31 มกราคม 2569 แต่หากพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเข้ามาก็เป็นไปตามกระบวนการ ว่ากันไปตามรัฐธรรมนูญและขั้นตอน
เมื่อถามว่า จะต้องผลักดันชาวกัมพูชาออกจากบริเวณบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จะแล้วเสร็จก่อนยุบสภาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องของฝ่ายกองทัพดำเนินการอยู่ไม่เกี่ยวข้องกัน ตรงนั้นเป็นเรื่องของความมั่นคง ซึ่งเรื่องอธิปไตยของประเทศไม่มีกรอบ เรื่องอธิปไตยของประเทศห้ามรุกล้ำ ห้ามย่ำยี ห้ามทำลายเกียรติภูมิ ห้ามคนไทยโดนทำร้าย ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่น
นายอนุทิน กล่าวถึงการยึดทรัพย์สแกมเมอร์ข้ามชาติมูลค่ากว่า 10,000 ล้าน โดยยืนยันว่า จะมีการขยายผลแน่นอน เป็นการทำงานร่วมกันของตำรวจและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตามนโยบายของรัฐบาล
เมื่อถามว่า ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลมีนโยบายอย่างชัดเจน และรัฐบาลชุดนี้ ก็ให้การสนับสนุน หน่วยงานทุกหน่วยงาน ให้ดำเนินการปราบปราม แก๊งสแกมเมอร์ แก๊งอาชญากรข้ามชาติ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ตั้งแต่เข้ามา ก็ได้รับความร่วมมือ จากทุกหน่วยงาน ว่าจะสนับสนุนซึ่งกันและกัน
เมื่อถามย้ำว่า ช่วงนี้มีหลายเรื่องเข้ามาการปราบสแกมเมอร์จะไม่จางหายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนจะไปแถลงข่าวคนที่โดนเป็นสแกมเมอร์ทั้งนั้น 3-4 คนที่โดนก็เป็นรายใหญ่ยึดหรืออายัดทรัพย์ตั้งหมื่นล้าน ส่วนจะเป็นการกู้ภาพลักษณ์รัฐบาลได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้กู้ภาพลักษณ์ แต่เป็นงานที่ต้องทำทุกวันไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด หัวหน้ารัฐบาลหากใส่ใจ เชิญหัวหน้าส่วนราชการ ที่ปราบปรามเรื่องนี้โดยตรงมา และแสดงเจตนารมณ์ว่าต้องปราบปรามอย่างเต็มที่ และยืนยันให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบ เราก็จะสามารถดำเนินการป้องกันยับยั้งกับกุมดำเนินคดีได้ทุก
