
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานใหญ่พรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ พิธีสำคัญที่ถูกจับตามองจากทุกสายตาได้เริ่มต้นขึ้น พิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย

ทันทีที่ นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาถึงห้องประชุมชั้น 4 บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงข้าราชการระดับสูงต่างพร้อมใจกันเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ และรัฐวิสาหกิจในสังกัด เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

สาระสำคัญของพระบรมราชโองการถูกอ่านขึ้นท่ามกลางความสงบนิ่ง โดยระบุว่า ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมากให้แต่งตั้งนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

หลังเสร็จสิ้นการอ่านพระบรมราชโองการ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เชิญพระบรมราชโองการประดิษฐาน ณ โต๊ะหมู่บูชาเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้น นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ประกอบพิธีถวายความเคารพ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ จุดธูปเทียนแพ และถวายบังคมอย่างสมพระเกียรติ
ช่วงเวลาที่ทุกสายตาจับจ้องมาถึง เมื่อผู้นำรัฐบาลคนใหม่กล่าวคำถวายสัตย์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สะท้อนถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมประกาศเจตนารมณ์จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อความมั่นคงและความวัฒนาสถาพรของประเทศ

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอนุทินในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นหมุดหมายสำคัญของเจ้าตัว หากยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงอำนาจในเวทีการเมืองไทย ที่กำลังเข้าสู่บทใหม่อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แรงกดดันทั้งในและนอกสภา
จากนี้ไป ทุกสายตาจะจับจ้องไปยังรัฐบาลชุดใหม่ว่าผู้นำที่เพิ่งรับพระบรมราชโองการ จะสามารถฝ่าคลื่นความท้าทายทางเศรษฐกิจ การเมือง และความเชื่อมั่นของประชาชน ที่ถาโถมอยู่เบื้องหน้าได้หรือไม่




