“อนุทิน”ลั่นไม่ยอมใครอีกต่อไป”ภูมิใจไทย”เปิดนโยบายแก้ไข 4 ปัญหาหลักของประเทศ

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงนโยบายพรรคอย่างเป็นทางการ เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง โดยมีแกนนำพรรคและบุคคลสำคัญร่วมเวที ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ พร้อมว่าที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคทั่วประเทศ ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ

การแถลงนโยบายครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยชูนโยบายแก้ไข 4 ปัญหาหลักของประเทศ ได้แก่ เศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และภัยพิบัติ โดยเสนอชุดนโยบายสำคัญ อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส เศรษฐกิจสีเขียว ดันจีดีพีเติบโต 3% พลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรูปแบบใหม่ ค่าไฟต่ำ 3 บาทต่อหน่วย รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า การค้าแบบแลกเปลี่ยนสินค้า (Barter Trade) จ้างผู้สูงอายุทำงาน สร้างรายได้ผู้สูงวัย พยาบาลอาสาดูแลถึงบ้าน กองทุนภัยพิบัติ เรียนฟรีต้องมีจริง และการตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ

นายอนุทิน กล่าวเปิดเวทีว่า พรรคภูมิใจไทยผ่านประสบการณ์การเมืองทุกรูปแบบ วันนี้ไม่ใช่พรรคหน้าใหม่อีกต่อไป แต่เป็นพรรคที่พร้อมรับใช้ประชาชน ด้วยศักยภาพสำคัญคือ “ความสามารถในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างมีเอกภาพ” ทั้งข้าราชการ การเมือง กองทัพ และภาคประชาชน

นายอนุทิน ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญภัยคุกคาม 4 ด้าน คือ ภัยเศรษฐกิจ ภัยสังคม ภัยพิบัติ และภัยความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งทำให้คนไทยเต็มไปด้วยความกลัว ทั้งกลัวไม่มีรายได้ กลัวธุรกิจล้ม กลัวความไม่มั่นคงในชีวิต กลัวอาชญากรรมและสแกมเมอร์ แต่สิ่งเดียวที่อยากให้ประชาชน “ไม่ต้องกลัว” คือการสูญเสียอธิปไตยของประเทศ

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ย้ำว่า พรรคจะเปลี่ยน “ความกลัว” ให้เป็น “ความมั่นคง ความมั่งคั่ง และความเชื่อมั่น” โดยเฉพาะด้านความมั่นคง ซึ่งขอขอบคุณกองทัพที่ร่วมมือกับรัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพด้านความมั่นคงแข็งแกร่ง และเป็นที่ยำเกรงของผู้ไม่หวังดี พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจากนี้ไปจะไม่ใช่ประเทศที่ใครจะทำอะไรก็ได้

ในด้านความมั่นคง พรรคภูมิใจไทยประกาศนโยบาย “สร้างรั้วของชาติ” เพื่อปกป้องประชาชนจากภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยทหาร ยาเสพติด การลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อน พืชผลต่างชาติที่กดราคาสินค้าเกษตรไทย แรงงานผิดกฎหมาย รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เครือข่ายสแกมเมอร์ การพนัน กาสิโน และทุนสีเทา โดยย้ำชัดว่า “ภูมิใจไทยไม่เอาสีเทาทั้งหมด”

หนึ่งในนโยบายสำคัญคือ การเปลี่ยนระบบทหารเกณฑ์เป็น “ทหารอาสา” เปิดรับสมัคร 100,000 คน รับราชการ 4 ปี เงินเดือน 12,000 บาท ได้รับการฝึกทหาร ฝึกอาชีพ เพิ่มการศึกษา และมีเส้นทางเติบโตในกองทัพ สามารถสอบเลื่อนเป็นนายสิบ นายร้อย และระดับสูงได้ในอนาคต

ด้านเศรษฐกิจ นายอนุทิน ยอมรับว่ายังติดค้างประชาชนในโครงการคนละครึ่ง พร้อมขอโอกาสกลับมาชำระหนี้ให้ประชาชนอีก 1,400 บาท ยืนยันว่า “คนละครึ่งพลัส” จะกลับมาแบบไม่ธรรมดา ควบคู่การยกระดับสินค้าไทย สร้างมูลค่าเพิ่ม แข่งขันได้ในตลาดโลก สอดรับกติกาใหม่ เช่น เป้าหมาย Net Zero ที่ทำได้จริง

นายอนุทิน ประกาศชัด หากพรรคภูมิใจไทยได้จัดตั้งรัฐบาล ตนเองจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีทีมเศรษฐกิจและความมั่นคงพร้อมทำงานทันที ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีดูแลเศรษฐกิจการค้า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดูแลการคลัง วินัยการเงิน ค่าเงินบาท และงบประมาณ พร้อมย้ำว่า “วันนี้ไม่ต้องถามว่าใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยมีชัดเจน”