‘อนุทิน’ ขีดเส้น 30 ก.ย.ปิดเกมโกงสอบท้องถิ่นลั่นไม่ปกป้องใคร-ลุยนอมินีต่างชาติ

นายกฯ กำชับผู้ว่าฯ-นายอำเภอทั่วประเทศ “อย่าปล่อยปัญหาไว้ในบ้านตัวเอง” เร่งฟันทุจริตสอบท้องถิ่น ยึดทรัพย์แล้วกว่า 320 ล้านบาท พร้อมจัดระเบียบต่างชาติและดาต้าเซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย พร้อมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด นายอำเภอ และส่วนราชการภูมิภาคร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

นายอนุทิน กล่าวว่า ตลอด 3 ปีที่ทำงานในกระทรวงมหาดไทย ได้ทำงานร่วมกับข้าราชการทุกระดับอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 มีภารกิจสำคัญหลายเรื่องที่ต้องเร่งขับเคลื่อนให้เห็นผล โดยเฉพาะ 7 ภารกิจหลัก ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอต้องลงมืออย่างจริงจัง

ภารกิจแรก คือ การเตรียมความพร้อมงานพระราชพิธีสำคัญ โดยให้ทุกจังหวัดวางแผนการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ การซักซ้อม การบริหารงบประมาณ การอำนวยความสะดวกประชาชน และแผนเผชิญเหตุอย่างละเอียด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติสูงสุด

ประเด็นที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเป็นพิเศษ คือ คดีทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่าเป็นการทุจริตอย่างอุกอาจ ขณะนี้หลายหน่วยงานทั้ง ปปง. ป.ป.ท. ป.ป.ช. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน โดยข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ย. มีการยึดและอายัดทรัพย์เกี่ยวข้องกับคดีแล้วกว่า 320 ล้านบาท

นายอนุทินสั่งให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด พร้อม ขีดเส้นต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569 และไม่มีการขยายเวลา

“เราเป็นเจ้าของบ้าน หากมีใครมาทำลายบ้านของเรา ก็ต้องถือว่าคนนั้นไม่เหมาะที่จะอยู่ร่วมกัน” นายอนุทินกล่าว พร้อมย้ำว่า ห้ามปกป้องหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิด และต้องไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด

อีกเรื่องสำคัญคือ การกำกับดูแลกิจการ Data Center ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเฉพาะรองรับ โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันกติกาให้ชัดเจน ทั้งเรื่องการใช้พลังงาน น้ำหล่อเย็น ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย หลังพบกรณีการเก็บน้ำมันใต้ตัวอาคารบางแห่งในกรุงเทพฯ จึงสั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องและทุกจังหวัดที่มี Data Center เชื่อมโยงข้อมูลและตรวจสอบร่วมกันอย่างเป็นระบบ

นายกรัฐมนตรียังสั่งเดินหน้า ปราบปรามนอมินีและการกระทำผิดของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต เกาะสมุย และเกาะพะงัน พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาโดยสุจริต แต่ต้องเคารพกฎหมายและไม่ใช้ความได้เปรียบด้านเงินทุนหรือเทคโนโลยีเอาเปรียบคนไทย

หากพบการใช้นอมินีถือครองที่ดิน ทำธุรกิจผิดกฎหมาย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระทำความผิด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ รวมถึงใช้กลไกตามระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการเนรเทศอย่างรัดกุม เป็นธรรม และเด็ดขาด

ส่วน ปัญหายาเสพติดและการจัดระเบียบสังคม นายอนุทินสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจับคู่ทำงานกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ขณะที่นายอำเภอทำงานร่วมกับผู้กำกับการสถานีตำรวจ ตั้งแต่การข่าว ชี้เป้า จับกุมบ่อน สถานบริการผิดกฎหมาย ไปจนถึงเครือข่ายยาเสพติด โดยระยะต่อไปผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นผู้นำปฏิบัติการในพื้นที่ด้วยตัวเอง

ด้านสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เร่งจัดตั้ง “กระทรวงมหาดไทยส่วนหน้า” ตามแนวทางที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารสถานการณ์และบูรณาการการทำงานร่วมกับกองทัพภาคที่ 4

ขณะที่การรับมือ ภัยพิบัติและฝนตกหนัก นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ เพิ่มการเฝ้าระวัง และเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ

นายอนุทินย้ำในช่วงท้ายว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการต้องนำข้อสั่งการทั้งหมดไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเห็นผล พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

พร้อมกล่าวขอบคุณข้าราชการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะผู้บริหารที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ ที่ได้ทำงานรับใช้ประเทศและประชาชนมาอย่างยาวนาน และหวังว่าจะยังนำประสบการณ์มาช่วยงานภาครัฐต่อไป

ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คน ได้รายงานผลการดำเนินงานและกำชับภารกิจในพื้นที่ ทั้งการจัดระเบียบสังคม การแก้ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น กฎหมายโรงแรม การปราบนอมินี การจัดการภัยพิบัติ ยาเสพติด และปัญหาการคุกคามทางเพศ โดยย้ำให้ทุกจังหวัดบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด