
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม Melia Hanoi นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “Shaping our Future Together: Peace, Prosperity, People-Centered” โดยมีเวียดนามเป็นเจ้าภาพ และมีผู้นำจากหลายประเทศในภูมิภาคเข้าร่วม
นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมเวียดนามที่ผลักดันให้เวที ASEAN Future Forum กลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของภูมิภาค ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่สู่ระเบียบโลกใหม่ ซึ่งสร้างทั้งความเสี่ยงและโอกาสให้กับประเทศสมาชิกอาเซียน

นายอนุทินระบุว่า แม้หลายภูมิภาคทั่วโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอน แต่อาเซียนยังคงมีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีเสถียรภาพมากที่สุดของโลก และเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และนวัตกรรมแห่งอนาคต โดยสิ่งที่จะกำหนดทิศทางดังกล่าวคือการตัดสินใจร่วมกันของประเทศสมาชิกในวันนี้
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า “ความยืดหยุ่น” หรือ Resilience จะเป็นหัวใจสำคัญของความมั่งคั่งในอนาคตของอาเซียน โดยทุกประเทศต้องเร่งเสริมสร้างการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและดิจิทัลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และแสดงความยินดีที่อาเซียนตั้งเป้าลงนามความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน หรือ DEFA ภายในปีนี้ เพื่อปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค

ในโอกาสเดียวกัน นายอนุทินยังนำเสนอความคืบหน้าของโครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้ของไทย ซึ่งถูกวางให้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ใหม่ของโลกในการเชื่อมการขนส่งระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ช่วยลดความเสี่ยงจากจุดคอขวดด้านการคมนาคมทางทะเลและเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะเดียวกัน ไทยยังพร้อมมีบทบาทในการสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานของภูมิภาค รวมถึงการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานจากกำลังการผลิตส่วนเกินที่มีอยู่
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความสำเร็จของอาเซียนในอนาคตไม่ควรถูกวัดจากจำนวนการประชุมหรือเอกสารที่ลงนามร่วมกัน แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความหวังของประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่กำลังเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

นายกฯ ยังเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกเร่งสร้างความร่วมมือในการรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงทางออนไลน์ อาชญากรรมไซเบอร์ ภัยคุกคามด้านสาธารณสุข และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ ระบบสาธารณสุข และระบบคุ้มครองทางสังคม
ช่วงท้ายของการกล่าวถ้อยแถลง นายอนุทินแสดงความเชื่อมั่นว่า อาเซียนยังคงมีข้อได้เปรียบสำคัญที่หลายภูมิภาคกำลังขาดแคลน นั่นคือเสถียรภาพ การเชื่อมโยง และความไว้วางใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสใหม่ให้กับประชาชนในภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยระบุว่า ทั้งสองประเทศกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญที่การตัดสินใจในวันนี้จะส่งผลต่อทิศทางความสัมพันธ์ในอนาคต จึงจำเป็นต้องร่วมกันเผชิญความท้าทายและเปิดประวัติศาสตร์บทใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างกัน
นายอนุทินย้ำว่า การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมือง ความมุ่งมั่น ความไว้วางใจ และการเจรจาด้วยความสุจริตใจ แม้จะไม่มีหนทางใดที่ง่าย แต่เชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถก้าวข้ามความท้าทายและเดินหน้าร่วมกันได้ ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นและการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์


