
นายกรัฐมนตรีเปิดไทม์ไลน์โศกนาฏกรรมโรงเรียนนนทบุรี เผยมือยิงฆ่าปู่ย่าก่อนบุกโรงเรียน ดับรวม 8 ศพ เหลือกระสุนอีกกว่า 30 นัด สั่งคุมปืนเข้ม-เร่งเยียวยาผู้สูญเสีย
เมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์เหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดนนทบุรี ร่วมกับผู้บริหารจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งประเมินสถานการณ์ วางมาตรการช่วยเหลือ และกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยสีหน้าสลดว่า ตั้งแต่เกิดเหตุได้สั่งการให้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงสำคัญ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ต่างร่วมประชุมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อระดมทุกมาตรการรับมือกับเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้
นายอนุทินกล่าวว่า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถยุติสถานการณ์ได้ก่อนที่จะเกิดความสูญเสียรุนแรงกว่านี้ เนื่องจากตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุยังมีกระสุนเหลืออยู่อีกมากกว่า 30 นัด หากเหตุการณ์ยืดเยื้อ ความเสียหายอาจรุนแรงกว่านี้หลายเท่า

จากการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์เบื้องต้น พบว่า ผู้ก่อเหตุได้ลงมือทำร้ายคุณปู่และคุณย่าของตนเองจนเสียชีวิตภายในบ้านพัก ก่อนเดินทางมายังโรงเรียนและใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงครูและนักเรียน กระทั่งตัดสินใจใช้อาวุธปืนปลิดชีพตนเอง โดยไม่มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่
ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 8 ราย รวมผู้ก่อเหตุ คุณปู่ คุณย่า ครู และผู้เสียชีวิตรายอื่นภายในโรงเรียน ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 9 ราย ซึ่งแพทย์กำลังดูแลอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพมหานคร

ผลการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ก่อเหตุมีภาวะความเครียดสะสมจากปัญหาด้านการเรียนและแรงกดดันภายในครอบครัว ประกอบกับมีการศึกษาวิธีการก่อเหตุจากสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นของคุณปู่และเก็บไว้ภายในบ้าน ส่วนรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับแรงจูงใจและสำนวนคดี จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจและพนักงานสอบสวนในการสรุปข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการสอบสวน
นายอนุทินกล่าวอีกว่า รัฐบาลจะเร่งยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง โดยกฎหมายปัจจุบันกำหนดชัดเจนว่าประชาชนทั่วไปไม่สามารถพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะได้ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืนทั่วประเทศ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

พร้อมกันนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันร่างกฎหมายควบคุมอาวุธปืนฉบับใหม่ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการได้เร่งหารือเพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครอง นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา
ในส่วนของการเยียวยา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ ผ่านกองทุนช่วยเหลือของสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ แม้คดีจะยุติลงจากการเสียชีวิตของผู้ก่อเหตุ แต่รัฐบาลจะนำโศกนาฏกรรมครั้งนี้มาถอดบทเรียนอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันเหตุรุนแรง และสร้างความปลอดภัยในโรงเรียน มหาวิทยาลัย และพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสะเทือนขวัญเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

