“อภิสิทธิ์”ปลื้มคนกทม.ยังให้การต้อนรับประชาธิปัตย์อบอุ่น

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรค รวมไปถึง นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ลงพื้นที่สวนพฤกษ์ การเคหะ พบปะประชาชนในซอยนวมินทร์ 8 เดินพูดคุยังกับประชาชนในเขตบางกะปิ เขตนี้ นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 เขต 14 วังทองหลาง บางกะปิ ร่วมลงพื้นที่หาเสียง เดินแนะนำตัวกับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่วันนี้ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และประชาชนจำนวนมากที่พูดถึงความผูกพันที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์และกับตนเองในอดีต และพร้อมที่จะกลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรุงเทพฯในพื้นที่โซนตะวันออกใ นช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบปัญหาการจราจรหนาแน่นจากการก่อสร้าง ตอนนี้น่าจะเริ่มคลี่คลายบ้าง ดังนั้นสิ่งที่เราพยามจะทำคือจะทำอย่างไรให้การขนส่งมวลชนเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึง โดยเฉพาะเรื่องรถไฟฟ้ากับรถเมล์ ที่นโยบายพรรคกำหนดเพดานเอาไว้ที่ราคาไม่เกิน 30 บาท จากการพูดคุยกับประชาชน โดยประชาชนได้ให้กำลังใจ และอยากให้สู้ อยากให้นักการเมืองพูดความจริงและสู้กับทุนสีเทา

สำหรับ สโลแกน “ไทยหายจน ไม่ทนทุนเทา” นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เรื่องของทุนเทาคนที่จะปราบและแก้ไขได้ดีที่สุดคือประชาชน เพราะในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้เราจะสามารถหยุดกระบวนการของทุนเท่าที่จะเข้ามาซื้ออำนาจรัฐ เข้ามาซื้อประเทศไทย เข้ามาซื้อกระบวนการยุติธรรม หรือส่วนต่างๆ ได้ด้วยการเลือกพรรคการเมืองและนักการเมืองที่มีความจริงใจในการต่อสู้กับเรื่องเหล่านี้

“ถ้าเราสามารถที่จะทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ ก็จะเรียกความเชื่อมั่น ความมั่นใจจากนักลงทุนต่างชาติ และประชาคมโลก ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เราสามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้โตได้เหมือนในอดีตและเข้าสู่ภาวะที่ “ไทยจะได้หายจน” นานอภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวย้ำถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์หลังการเลือกตั้งจะจับมือ หรือไม่จับมือกับใครว่า หากเลือกเรามากที่สุด เราจะเลือกพรรคที่ดีที่สุดมาร่วมกับเรา อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เป็นวันที่สำคัญกับประชาชนทุกคนในฐานะเจ้าของประเทศ ได้มีโอกาสมาใช้สิทธิ์กำหนดทิศทาง อนาคตที่เราต้องการที่จะเห็นเพื่อให้สังคมเราดีขึ้นด้วยการออกมาเลือกตั้ง