
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะผู้บริหารและกรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่พบปะเครือข่าย อดีตผู้สมัคร และสมาชิกพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและกำหนดทิศทางการทำงานของพรรคในพื้นที่ โดยมีสมาชิกพรรคจากหลายจังหวัดเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายอภิสิทธิ์กล่าวยืนยันว่า แม้ปัจจุบันพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคอีสาน แต่พรรคยังคงพร้อมทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงจัดระเบียบหรือขับเคลื่อนงานภายในพรรคเท่านั้น แต่ต้องการรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากประชาชน เพื่อนำไปกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า ปัญหาสำคัญของภาคอีสานในเวลานี้คือเศรษฐกิจและภาคการเกษตร ซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการดูแลราคาสินค้าเพียงระยะสั้น แต่จำเป็นต้องยกระดับการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ควบคู่กับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสร้างโอกาสใหม่จากเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานทางเลือก เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว
นายอภิสิทธิ์ยังเสนอให้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อผลักดันให้เป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมประเทศไทยกับจีนและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมแสดงความเสียดายที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีนยังมีความคืบหน้าล่าช้า ทั้งที่เริ่มผลักดันมาตั้งแต่กว่า 15 ปีที่ผ่านมา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการลงทุนในภาคอีสานมากกว่าการมุ่งเน้นเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้

สำหรับเป้าหมายทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคมีข้อจำกัดด้านเวลา เนื่องจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารพรรคได้เพียงเดือนเดียวก็มีการยุบสภา ทำให้ผู้สมัครหน้าใหม่ไม่มีเวลาสร้างความคุ้นเคยกับประชาชนอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคจะไม่มีข้อจำกัดดังกล่าวอีก และหากทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน ก็จะได้รับโอกาสจากชาวอีสานอีกครั้ง แม้ยังไม่ขอประเมินจำนวนที่นั่ง ส.ส. เพราะต้องการให้น้ำหนักกับผลงานมากกว่าตัวเลขทางการเมือง
ส่วนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนการตัดลดเฉพาะรายจ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมย้ำว่า พรรคไม่เคยเสนอให้ลดสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ ทั้งบำเหน็จ บำนาญ และสิทธิรักษาพยาบาล แต่เสนอให้ร่วมกันออกแบบระบบสำหรับผู้ที่จะเข้ารับราชการในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นคงทางการคลังของประเทศในระยะยาว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากรัฐบาลยังไม่เร่งปรับโครงสร้างรายจ่ายของประเทศ งบประมาณแผ่นดินจะถูกใช้ไปกับรายจ่ายประจำและการชำระหนี้จนเหลืองบลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศน้อยลง ซึ่งท้ายที่สุดอาจส่งผลกระทบต่อการเพิ่มสวัสดิการของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยผู้สูงอายุ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด หรือสิทธิของคนพิการ
พร้อมกันนี้ เขายืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แต่เห็นว่าการใช้งบประมาณควรมุ่งช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริง ไม่ใช่การแจกแบบครอบคลุมทุกคน เพราะจะทำให้รัฐต้องแบกรับภาระหนี้จำนวนมหาศาล ทั้งที่ประชาชนบางส่วนไม่ได้มีความจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ

“หากใช้งบประมาณจำนวนมากกับโครงการลักษณะนี้ เงินอาจหมดภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ปัญหาค่าครองชีพของประชาชนก็ยังคงอยู่ การช่วยเหลือที่ตรงกลุ่มเป้าหมายจะทำให้ใช้งบประมาณได้คุ้มค่ากว่า และสามารถดูแลผู้เดือดร้อนได้อย่างยั่งยืน” นายอภิสิทธิ์กล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออกต่อปัญหาฐานะการคลังของประเทศ ด้วยการแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างสร้างสรรค์ แทนการบิดเบือนข้อมูลหรือมุ่งวิพากษ์วิจารณ์กันเพียงด้านเดียว
ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น
