
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือต่อ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม และผู้เกี่ยวข้อง ในข้อกล่าวหาเกี่ยวพัน เว็บพนันออนไลน์ เส้นเงินยาเสพติด และการรับสินบนของตำรวจ ข้าราชการท้องถิ่น และนักการเมือง มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท รวมถึงกรณีการล้มคดีเว็บพนันออนไลน์
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอขอบคุณนายอัจฉริยะที่นำข้อมูลสำคัญมามอบให้ กมธ. เพื่อดำเนินการตรวจสอบ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้มีความสำคัญระดับชาติ เนื่องจาก เว็บพนันและแก๊งสแกมเมอร์เป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกัน ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก และเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ
“เราจะพิจารณาอย่างรอบด้าน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หากข้อมูลชัดเจนก็ต้องเดินหน้าดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ปล่อยให้ใครลอยนวล” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์ ระบุเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้อยู่ระหว่างปิดสมัยประชุมสภา ส.ส.จึงไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองใด ๆ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสร้างความกระจ่าง และคาดว่า การตรวจสอบอาจมีความคืบหน้าในเดือนพฤศจิกายนนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถาม ถึงโอกาสเรียกนายชนนพัฒฐ์มาชี้แจง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “เราจะให้โอกาสทุกคนมาชี้แจง แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเดินตามรอยร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา ร้อยเอกธรรมนัสไม่เคยมาชี้แจงต่อ กมธ. เลย” พร้อมย้ำว่าข้อมูลที่นายอัจฉริยะนำมานั้น “มีน้ำหนักมาก” และสามารถนำไปใช้ในกระบวนการยุติธรรมได้ทันที
สำหรับ ข้อกล่าวหาว่าการตรวจสอบครั้งนี้อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากพรรคประชาชนกับพรรคกล้าธรรมมีปัญหากันอยู่ นายรังสิมันต์ ยืนยันว่า “ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ชาติ” พร้อมตั้งคำถามต่อหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะ ดีเอสไอ (DSI) และตำรวจ ว่าได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว
“ในกรรมาธิการมีทุกพรรคการเมืองอยู่แล้ว การกล่าวหาว่าเราไม่เป็นกลางจึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง การพูดแบบนี้เป็นการเบี่ยงประเด็น เราต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมที่เป็นปกติ ไม่รังแกใคร แต่ก็ไม่ปล่อยคนผิด” นายรังสิมันต์กล่าว อีกทั้งยังเปรียบเทียบว่า ประเทศไทยเสียหายจากขบวนการสแกมเมอร์และเว็บพนันมหาศาล ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง แต่ กลับไม่เห็นความคืบหน้าเท่าประเทศอื่นอย่างสิงคโปร์หรือเกาหลีใต้ ที่มีกฎหมายและการบังคับใช้ที่จริงจังกว่า “สิ่งที่เราขาดไม่ใช่ข้อมูล แต่คือความเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่รัฐ”
ด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เปิดเผยว่า ข้อมูลที่ยื่นวันนี้เป็นหลักฐานเชื่อมโยง เส้นเงินยาเสพติดและบัญชีม้าเว็บพนัน ที่โยงถึงนายชนนพัฒฐ์และเครือข่าย โดยระบุว่า “เป็นข้อมูลจริงที่ปฏิเสธไม่ได้” พร้อมกล่าวหาว่าเงินจากธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ถูกนำมาใช้สร้างฐานทางการเมือง
“นี่คือกรณีตัวอย่างของการใช้เงินสกปรกสร้างอำนาจ จนได้เป็น ส.ส. เหมือนยุค 2499 อันธพาลครองเมือง ถ้าสภายังมีนักการเมืองแบบนี้ ประเทศจะเดินหน้าไม่ได้” นายอัจฉริยะกล่าว
ทั้งนี้ มีตำรวจ ข้าราชการ และนักการเมืองทั่วประเทศร่วมรับเงินผ่านระบบบัญชีม้า และมีขบวนการล้มคดี รวมถึงการเรียกรับเปอร์เซ็นต์จากการปล่อยบัญชีอายัดภายในกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ พร้อมโชว์ แผนผังเส้นเงิน ให้สื่อมวลชนดู
นายอัจฉริยะ ทิ้งท้ายว่า ตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เพียงต้องการเปิดเผยความจริงเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน พร้อมประกาศไม่หวั่นหากถูกฟ้องร้อง “ต่อให้คุณธรรมนัสจะฟ้อง ผมก็พร้อมสู้ ผมกล้าและยินดีเผชิญหน้าทุกเวที”
