
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ร่วมแถลงผลการประชุมกรณีการดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569
นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการพบข้อสงสัยสำคัญ 3 ประเด็นที่อาจสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและความบกพร่องในการบริหารจัดการการสอบบรรจุท้องถิ่น
ประเด็นแรก คือ ไม่มีหน่วยงานของรัฐใดทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดช่องว่างในการตรวจสอบและการรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา

ประเด็นที่สอง คือ ความหละหลวมของข้อกำหนดและระบบรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูล โดยเฉพาะกรณีการใช้แฟลชไดรฟ์จัดเก็บข้อมูล ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในอุปกรณ์ดังกล่าวหรือไม่ ทำให้เกิดข้อกังขาต่อความโปร่งใสของกระบวนการทั้งหมด
ส่วนประเด็นที่สาม คือ ความล่าช้าและข้อผิดสังเกตในการดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและการบริหารประเทศของรัฐบาล
นายรังสิมันต์ ระบุด้วยว่า หลายคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรให้ความสนใจในประเด็นดังกล่าว และเตรียมหารือร่วมกันเพื่อเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ เพื่อให้สังคมได้รับคำตอบที่ชัดเจน

ด้าน น.ส.ภคมน กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ควรหยุดอยู่เพียงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการระดับสูงในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จำนวน 5 รายเท่านั้น แต่ควรขยายผลการตรวจสอบให้ลึกไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือผู้มีอำนาจสั่งการในระดับนโยบาย
“สังคมต้องการเห็นความจริง และต้องการรู้ว่าใครคือผู้รับผิดชอบตัวจริง หากการตรวจสอบหยุดอยู่เพียงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ก็อาจไม่สามารถคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมได้” น.ส.ภคมน กล่าว
ทั้งนี้ กรรมาธิการทั้งสองคณะยืนยันว่าจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และผลักดันให้มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ
