เจ็บซ้ำในวันที่สูญเสีย! มิจฉาชีพรู้ข้อมูลสามีผู้ตายหลอกโอนเงินกว่า 1 ล้าน

เหตุสะเทือนใจเกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งใน อ.อุบลรัตน์ เมื่อ “ความหวัง” ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือหลังการเสียชีวิตของสามี กลับกลายเป็น “กับดัก” ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกดูดเงินเก็บทั้งชีวิตไปกว่า 1,079,000 บาท ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

นางสุวีณา อายุ 62 ปี พร้อมด้วยบุตรสาว เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่ใช้ข้อมูลส่วนตัวของครอบครัวอย่างละเอียด จนยากจะปฏิเสธความน่าเชื่อถือ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากสายโทรศัพท์ปริศนา โทรเข้ามายังเบอร์ของสามีผู้ล่วงลับ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเอกสารค่าทำศพและเงินบำเหน็จตกทอด ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ผู้เสียหายเพิ่งยื่นเรื่องจริง ทำให้หลงเชื่อโดยไม่ทันระแวง

การสนทนาที่ยาวนานกว่า 2 ชั่วโมง ค่อย ๆ เปลี่ยนจาก “การให้ข้อมูล” เป็น “การควบคุม”
มิจฉาชีพใช้กลยุทธ์แนบเนียน ให้แอดไลน์ ส่งเอกสารปลอม อ้างช่วยกรอกข้อมูล พร้อมขอรายละเอียดส่วนตัวเพิ่มเติม ก่อนชักนำให้เข้าแอปธนาคาร

“ถ้าอยากรู้ว่าจะได้เงินเท่าไหร่ ให้ตั้งค่ายอดโอน แล้วทำตามขั้นตอน…”
คำพูดธรรมดา กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเงินก้อนแรก 650,000 บาท

แม้ผู้เสียหายเริ่มสงสัย แต่ด้วยแรงกดดันและการย้ำความน่าเชื่อถือ มิจฉาชีพยังคง “เล่นละคร” ต่อ ส่งสลิปปลอมกลับมาให้ดูเหมือนเงินเข้า พร้อมถ่วงเวลาไม่ให้เหยื่อตั้งสติ

จากนั้นไม่นาน แผนเดิมถูกนำมาใช้ซ้ำอีกครั้ง เงินอีก 429,000 บาท ถูกโอนออกจากบัญชีไปอย่างรวดเร็ว รวมความเสียหายทั้งหมดกว่า 1 ล้านบาท

เมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอก ทุกอย่างก็สายเกินไป การติดต่อถูกตัดขาด เหลือเพียงความช็อก และคำถามที่ยังไร้คำตอบ

ด้านบุตรสาวเผยว่า สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือมิจฉาชีพรู้ข้อมูลของผู้เสียชีวิต “แทบทุกอย่าง” ทั้งวันเสียชีวิต ชื่อภรรยา และจำนวนเงินที่จะได้รับอย่างแม่นยำ ราวกับเป็นเจ้าหน้าที่ตัวจริง

“มันไม่ใช่แค่การหลอก แต่มันคือการเข้าถึงข้อมูลลึกมาก จนเราไม่รู้ว่าหลุดมาจากไหน”

ขณะเดียวกัน การตรวจสอบบัญชีปลายทาง พบว่าหนึ่งในบัญชีเป็น “บัญชีม้า” ที่เจ้าของยอมรับว่าให้เช่าในราคาเพียง 4,000 บาท โดยไม่รู้ว่าถูกนำไปใช้ในขบวนการอาชญากรรม

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายทางการเงิน แต่ยังกระทบสภาพจิตใจของผู้เสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่เพิ่งฟื้นตัวจากโรคร้าย

ครอบครัวฝากเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อแม้ข้อมูลจะดู “จริงทุกอย่าง” และ “อย่าโอนเงินเด็ดขาด” หากไม่ได้ตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรง พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ ทั้งขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และต้นตอของการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล

เพราะสำหรับบางคน…
เงินที่หายไป อาจไม่ใช่แค่ตัวเลข
แต่มันคือ “ทั้งชีวิต” ที่เก็บมาด้วยหยาดเหงื่อ

ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น