เดดไลน์ 180 วัน!พรรคประชาชนจี้รัฐหยุดปลาหมอคางดำขู่เอาผิด ม.157 ผู้ละเว้นหน้าที่

ศาลปกครองกลางสั่งกรมประมงเร่งควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำใน 180 วัน จี้ 19 จังหวัดเร่งประกาศเขตภัยพิบัติ เปิดทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมขู่ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่หากยังนิ่งเฉย

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อม สส.ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” แถลงภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรมประมงดำเนินมาตรการควบคุม ป้องกัน และระงับยับยั้งการแพร่ระบาดให้เกิดผลภายใน 180 วัน

นายณัฐชา กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลถือเป็นคำสั่งที่ชัดเจนให้หน่วยงานรัฐเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่แพร่ระบาดตามประกาศของกรมประมงรวม 19 จังหวัด รวมถึงให้ดำเนินการเรื่องการประกาศเขตภัยพิบัติเร่งด่วนใน จ.สมุทรสงคราม หลังประชาชนกว่า 1,400 คนรวมตัวกันยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ 16 แห่ง

ขณะเดียวกัน วันที่ 14 ก.ย. 2569 ศาลแพ่งมีกำหนดนัดฟังคำสั่งอุทธรณ์ในคดีที่ประชาชนและสภาทนายความดำเนินการฟ้องบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าปลาหมอคางดำ นี่ถือเป็นชัยชนะของชาวบ้านเล็ก ๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้น แต่ยังไม่จบเท่านี้ เรายังคงเดินหน้าต่อ

นายณัฐชา ระบุว่า พรรคประชาชนได้มอบหมายให้ นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สส.สมุทรปราการ ติดตาม เฝ้าระวัง และรวบรวมข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่แพร่ระบาดทั้ง 19 จังหวัด เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งเตรียมนำคำพิพากษาของศาลเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย

พร้อมกันนี้ จะมีหนังสือถึงจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเพื่อเร่งรัดการดำเนินการ โดยหากหน่วยงานรัฐไม่ยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษาก็จะต้องถูกนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

นายณัฐชาเตือนว่า หากจังหวัดที่พบการแพร่ระบาดยังไม่เร่งประกาศเขตภัยพิบัติ และกรมประมงไม่ปรับแผนหรืองบประมาณเพื่อหยุดยั้งสถานการณ์ ตนและประธานกรรมาธิการพร้อมพิจารณาดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดหลายแห่งยังลังเลต่อการประกาศเขตภัยพิบัติ โดยอ้างหลักเกณฑ์การสุ่มตรวจ ทำให้ประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและเงินเยียวยาได้อย่างทันท่วงที

ด้าน นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สส.สมุทรปราการ เรียกร้องให้กรมประมงทบทวนหลักเกณฑ์การประกาศเขตภัยพิบัติ เนื่องจากเห็นว่าการใช้วิธีสุ่มตรวจไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่จริง พร้อมขอให้ สส.ทุกพรรคช่วยกันผลักดันสิทธิและเงินเยียวยาให้ประชาชน

ขณะที่ นายอานุภาพ ลิขิตอำนวย สส.สมุทรสงคราม เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการให้ จ.สมุทรสงครามสามารถประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อเปิดทางให้เกษตรกรได้รับเงินชดเชยโดยไม่ต้องรอจนประชาชนต้องเดินหน้าฟ้องร้องต่อศาลอีก

ส่วน นางนฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี ตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า การปล่อยให้หลายจังหวัดไม่กล้าประกาศเขตภัยพิบัติเพราะกังวลว่าจะไม่เข้าเกณฑ์ อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ พร้อมเรียกร้องผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเร่งตัดสินใจประกาศเขตภัยพิบัติ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายเข้าถึงการเยียวยาโดยเร็ว