เดือดหน้าสถานทูตอิสราเอล! กลุ่มทวงคืนประเทศไทยจี้สอบนอมินี-ถือครองที่ดิน

Oplus_16908288

หน้าสถานทูตอิสราเอลคึกคัก “สนธิ” นำทีมยื่นข้อเรียกร้อง 4 ประเด็น ทั้งเคารพกฎหมายไทย ร่วมมือดำเนินคดี ตรวจสอบที่ดิน-นอมินี และส่งสารถึงรัฐบาลอิสราเอลเรื่องสิทธิมนุษยชน

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. บริเวณหน้าอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 2 ถนนสุขุมวิท 21 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย กลุ่มมวลชนภายใต้แนวคิด “ทวงคืนประเทศไทย” รวมตัวแสดงจุดยืน เรียกร้องให้ตรวจสอบปัญหาทุนต่างชาติ การใช้นอมินี และการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

Oplus_16908288

การชุมนุมนำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน, นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา และ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. พร้อมเครือข่ายและประชาชนเข้าร่วมจำนวนหนึ่ง

บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนโบกธงชาติไทย ร้องเพลง “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” และถือป้ายข้อความ อาทิ “ที่นี่ประเทศไทย” และ “Thailand is not for sale” ขณะที่ตำรวจวางกำลังดูแลความปลอดภัย พร้อมติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะบริเวณทางเข้า และส่งเจ้าหน้าที่ EOD ตรวจพื้นที่ โดยสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

กระทั่งเวลา 09.05 น. นายสนธิเดินทางมาถึง โดยสวมเสื้อสีขาวสกรีนข้อความ “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ท่ามกลางเสียงต้อนรับของผู้ชุมนุม ก่อนเตรียมขึ้นเวทีแสดงจุดยืน

ต่อมา นายสนธิ พร้อมนายปานเทพ นายนิติธร นายพิชิต และตัวแทนกลุ่ม เดินทางเข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกถึง ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งรัฐอิสราเอลประจำราชอาณาจักรไทย

เนื้อหาในหนังสือระบุถึงความกังวลต่อพฤติกรรมของชาวอิสราเอลบางส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่าส่งผลกระทบต่อประชาชนไทย รวมถึงประเด็นการถือครองที่ดิน การใช้นอมินี และการขยายตัวของศูนย์ Chabad โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาภายใต้กฎหมายไทย

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมยังกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ พร้อมเรียกร้องให้อิสราเอลปฏิบัติตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยข้อกล่าวหาและข้อสังเกตต่าง ๆ ในแถลงการณ์เป็นท่าทีของกลุ่มผู้ชุมนุม

สำหรับข้อเรียกร้องสำคัญมี 4 ประเด็น คือ ให้สถานทูตอิสราเอลกำชับพลเมืองและนักท่องเที่ยวให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และประชาชนไทย, ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ไทยในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดโดยไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม, ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบการถือครองที่ดินใน จ.ฉะเชิงเทรา รวมถึงการดำเนินงานของศูนย์ Chabad และองค์กรที่เกี่ยวข้อง และขอให้ส่งสารถึงรัฐบาลอิสราเอลให้ยุติการกระทำที่กลุ่มมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ท้ายแถลงการณ์ กลุ่มผู้ชุมนุมย้ำว่า ต้องการเห็น “มาตรการที่เป็นรูปธรรม” มากกว่าการตอบรับตามพิธีการ พร้อมประกาศจุดยืนว่า ผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยต้องเคารพกฎหมายและสิทธิของเจ้าของประเทศ

ขณะที่การชุมนุมบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลยังดำเนินต่อไป ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด