เปิดทำเนียบปลุกทีมผู้ว่าฯ-ผบก.ทั่วประเทศลั่นล้างบางอิทธิพล ยาเสพติด-แก๊งคอลฯ

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางการรวมตัวครั้งสำคัญของฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคงจากทั่วประเทศ

การประชุมครั้งนี้มี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. ป.ป.ง. ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เข้าร่วมกว่า 400 คน โดยมีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live ของ “กระทรวงมหาดไทย PR” และ “DOPA Channel”

ทันทีที่เดินทางถึง นายอนุทินได้เยี่ยมชมนิทรรศการภารกิจด้านความมั่นคง ก่อนเปิดเวที Kick off Workshop อย่างเป็นทางการ พร้อมเดินตรวจเยี่ยมวงประชุมย่อยของผู้ว่าฯ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั้ง 4 ภาค เพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาและแนวทางปฏิบัติร่วมกันตลอดทั้งวัน

นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า การจัดประชุมครั้งนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ แต่ต้องการสะท้อนว่านี่คือ “นโยบายสำคัญระดับประเทศ” ที่ทุกหน่วยงานต้องขับเคลื่อนอย่างจริงจัง และต้องเริ่มต้นจากศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน

“วันนี้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงกองทัพ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานอิสระ ต้องจับมือกันเป็นหนึ่งเดียว เพราะหากทุกหน่วยเชื่อมโยงการทำงานได้จริง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัจจุบันภัยคุกคามมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เว็บพนันออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผู้มีอิทธิพล และเครือข่ายต่างชาติสีเทา จึงสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศทำงานในลักษณะ “ทีมจังหวัด” แบบไร้รอยต่อ แลกเปลี่ยนข้อมูล วางแผนเชิงรุก และลงพื้นที่ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

พร้อมย้ำว่า กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องถูกดึงเข้ามาเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังภัย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนในทุกพื้นที่

ช่วงหนึ่ง นายอนุทินกล่าวอย่างหนักแน่นว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปราบอาชญากรรมทุกประเภทแบบ “ถึงตัวผู้บงการ” โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำลังสร้างความเสียหายมหาศาล พร้อมสั่งตัดวงจรการเงินของเว็บพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ ยังย้ำถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนว่า กระทรวงมหาดไทยยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายห้ามประชาชนทั่วไปพกพาอาวุธปืนต่อไป ยกเว้นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยระบุว่า “ไม่มีเหตุผลใดที่ประชาชนทั่วไปจะต้องพกปืน คนที่มีหน้าที่ปกป้องประชาชนคือเจ้าหน้าที่ของรัฐ”

นายอนุทินยังประกาศชัดว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติงานได้เต็มที่ โดยจะไม่มีการแทรกแซงจากผู้มีอิทธิพลหรือฝ่ายการเมือง พร้อมย้ำหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง หากทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด

“ประเทศนี้เป็นของเรา เราต้องดูแลคนของเราเหนือสิ่งอื่นใด เราจะไม่ยอมให้คนต่างชาติมาข่มเหงคนไทยในบ้านของตัวเอง” นายอนุทินกล่าว

ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เวที Workshop ครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างฝ่ายปกครองและตำรวจ เพื่อยกระดับการทำงานด้านความมั่นคงให้เป็นเอกภาพ โดยกำหนดกรอบหารือ 9 ประเด็นสำคัญ ทั้งการบุกรุกที่ดินสาธารณะ อาชญากรรมออนไลน์ ปัญหายาเสพติด ผู้มีอิทธิพล หนี้นอกระบบ ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง

ปลัดมหาดไทย ย้ำว่า ภัยคุกคามยุคใหม่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งอีกต่อไป แต่ต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูล กำลัง และอำนาจหน้าที่ร่วมกัน เพื่อให้การปฏิบัติรวดเร็ว เด็ดขาด และต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างยั่งยืน


.