เปิดโผทหาร 805 นายบิ๊กเนมขยับพรึบ ‘ศรัณย์’ ผงาดปลัดกลาโหม ‘นเรศ’ ขึ้น ผบ.ทร.

เปิดโผโยกย้ายนายทหารครั้งใหญ่ 805 นาย ขยับเก้าอี้สำคัญทั้งกลาโหม กองทัพไทย บก.-เรือ-อากาศ “ชาคริต อุจะรัตน” ขึ้นแม่ทัพภาคที่ 4 คุมดับไฟใต้ ส่วนแม่ทัพภาค 1-3 ยังอยู่ครบ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 805 นาย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ท่ามกลางการจับตาการขยับเก้าอี้ระดับสูงในกระทรวงกลาโหมและทุกเหล่าทัพ

สำหรับตำแหน่งสำคัญใน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 26 รองปลัดกระทรวงกลาโหม ขึ้นเป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม ขณะที่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.ร.อ.อาภา ชพานนท์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ ขึ้นเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม ส่วน พล.ท.เจนวิทย์ เด็ดแก้ว ขึ้นเป็นเจ้ากรมเสมียนตรา

ด้าน กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช พล.อ.อ.อ.ไวพจน์ เกิงฝาก และ พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล ที่ขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเช่นกัน

ขณะที่ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ขึ้นเป็น เสนาธิการทหาร ส่วน พล.ท.จักรพงษ์ จันทร์เพ็งเพ็ญ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย และ พล.ต.จิรายุ ศรีแกล้ว ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร

ส่วน กองทัพบก มีการขยับระดับ 5 เสือ โดย พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ขึ้นเป็น รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.กำชัย วงศ์ศรี ขึ้นเป็นประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก

พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองเสนาธิการทหารบก ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ขณะที่ พล.ท.อาวุธ พุทธอำนวย ขึ้นเป็น เสนาธิการทหารบก

ตำแหน่งที่ถูกจับตามองคือ แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่ง พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 1-3 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

พร้อมกันนี้ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ เป็นแม่ทัพน้อยที่ 2 พล.ต.ณรงค์ฤทธิ ปาณิกบุตร เป็นแม่ทัพน้อยที่ 3 และ พล.ต.เฉลิมพล ขำเขียว เป็นแม่ทัพน้อยที่ 4

สำหรับ กองทัพเรือ มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสูงสุด โดย พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่

ขณะที่ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.ร.อ.ถุงเงิน จงรักชอบ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ส่วน พล.ร.ท.เทพฤทธิ์ ลาภเหลือ ขึ้นเป็นเสนาธิการทหารเรือ

นอกจากนี้ พล.ร.ท.วีรุดม ม่วงจีน ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.ท.ณัฐพล พรหมขุนทอง ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 พล.ร.ต.ปริทรรศน์ ชาตะสิงห์ เป็นผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 และ พล.ร.ต.วีระชัย หลีค่า ขึ้นเป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

ด้าน กองทัพอากาศ พล.อ.อ.วชิระพล เมืองน้อย ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ขึ้นเป็น รองผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์ และ พล.อ.อ.อนุรักษ์ รมณารักษ์ ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ

ส่วน พล.อ.อ.พิชิตไชย สุรกิจพิพัฒน์ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ ขณะที่ พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย รองเสนาธิการทหารอากาศและโฆษกกองทัพอากาศ ขึ้นเป็น เสนาธิการทหารอากาศ

สำหรับเก้าอี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดย พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน 2571

การแต่งตั้งครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่ง “โผทหารล็อตใหญ่” ที่ขยับกำลังพลระดับสูงทั่วกองทัพ โดยเฉพาะเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารเรือ แม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงตำแหน่งระดับ 5 เสือของแต่ละเหล่าทัพ ซึ่งจะมีผลพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

อ่านรายละเอียดราชกิจจานุเบกษา : https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/130852.pdf