
เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.สระบุรีครบทุกเขต นำโดย นายสรพัช ศรีปราชญ์ อดีต สส. สระบุรี เขต 1 (เบอร์ 7) มาทวงแชมป์เก่า พร้อมด้วย นายจิโรจ เวชชลานนท์ เขต 2 (เบอร์ 4) หรือ บิ๊ก สระบุรี อดีตแชมป์โลกสนุกเกอร์ ผู้สมัครเขต 3 (เบอร์ 2) และ นายพิธาน ทรงกัมพล เขต 4 (เบอร์ 3) ขึ้นรถแห่หาเสียงตั้งแต่อำเภอหนองแค ไปยังตลาดหินกอง ตลาดอิ่มเอ็มมาร์เก็ต ตลาดสดขนาดใหญ่กลางเมืองสระบุรี

นายณัฐพงษ์ ได้กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เข้ามาทักทายหนาแน่นและให้การต้อนรับพร้อมนำอาหาร น้ำดื่มมาให้อย่างอบอุ่น โดยได้รับฟังปัญหาที่เข้ามาสะท้อนเสียงความเดือดร้อน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สระบุรีถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีความเจริญก้าวหน้ากว่าหลายจังหวัดในประเทศไทย แต่ความก้าวหน้าดังกล่าวก็มาพร้อมกับปัญหามลพิษอุตสาหกรรมที่มีประชาชนร้องเรียนเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ สระบุรีเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก ทั้งมลพิษจากอุตสาหกรรม และยังต้องเผชิญกับฝุ่นพิษ PM2.5 ไม่แพ้กรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นๆ

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝุ่นพิษในสระบุรีก็มักจะมาจากเหมืองหินและอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดสระบุรีมีลักษณะเป็นภูเขาที่มีหินและแร่ธาตุสำคัญที่หลากหลาย เช่น หินอ่อน หินปูน หินลูกรัง และหินที่ใช้ในการก่อสร้าง ด้วยสภาพพื้นที่ดังกล่าวส่งผลให้เกิดปัญหาหลายด้าน ทั้งขาดกฎหมายเปิดเผยข้อมูล (กฎหมาย PRTR) ที่ทำให้รัฐไม่สามารถกำกับดูแลได้เต็มที่ อีกทั้งการขยายโรงงานก็ไม่เชื่อมโยงกับศักยภาพในการรองรับมลพิษในพื้นที่ และยังขาดข้อมูลที่ครบถ้วน การทำงานของภาครัฐยังมีลักษณะต่างคนต่างทำ

นอกจากนี้ จังหวัดสระบุรียังเป็นจังหวัดที่มีอุบัติเหตุบนท้องถนนค่อนข้างสูงติดอันดับ Top 5 ของประเทศด้วย หากพรรคประชาชนได้รับความไว้วางใจจนสามารถตั้งรัฐบาลประชาชนบริหารประเทศได้ พรรคประชาชนจะปฏิรูประบบกำกับดูแลมลพิษอุตสาหกรรม เน้นความโปร่งใสและใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวนำ โดยตรากฏหมายเปิดเผยรายงานข้อมูลมลพิษเพื่อให้โรงงานรายงานข้อมูลมลพิษทุกประเภทสู่ฐานข้อมูลสาธารณะ แบ่งเขตพื้นที่มลพิษให้ชัดเจน เชื่อมโยงข้อมูลมลพิษโรงงานและข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ระบุคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ เพื่อให้วางแผนและประเมินอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส

นายณัฐพงษ์ยังเสนอนโยบายว่า สระบุรีควรได้รับการแก้ปัญหาในส่วนของถนนที่ชำรุดในหลายพื้นที่ด้วย ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งทำ รวมทั้งควรปรับปรุงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะ เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางเดินรถให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งได้สะดวก ปลอดภัย ยกระดับขนส่งสาธารณะและลดการใช้รถส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น เพื่อแก้ปัญหาด้านมลพิษด้วย


