
“พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์” ลุยศาลบุรีรัมย์นัดซักค้านคดี “เนวิน” ฟ้องหมิ่นประมาท แต่ต้องเลื่อนเพราะเอกสารรัฐสะดุด เจ้าตัวฉุนขาดจ่อเอาผิดข้าราชการเตะถ่วง ลั่นสู้ไม่ถอยเพื่อทวงคืนที่ดินแผ่นดิน
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เต็มไปด้วยความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชน เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมด้วยทีมทนายความ ได้เดินทางมาศาลเพื่อทำการซักค้านทนายความของ นายเนวิน ชิดชอบ โจทก์ที่ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ โดยใช้เวลาไต่สวนในชั้นศาลนานกว่า 2 ชั่วโมง
ภายหลังเสร็จสิ้นการไต่สวน พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ พร้อมคณะได้เดินลงมาพบปะกับพี่น้องประชาชนที่มารอให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ก่อนจะเปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยความดุเดือดและมั่นใจในพยานหลักฐาน

แฉยับหน่วยงานรัฐ “เตะถ่วง” เอกสารคดีที่ดิน
พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อซักค้านพยานหลักฐานในคดีที่ถูกฟ้องร้อง โดยทางทีมกฎหมายได้ทำเรื่องขอเรียกดูเอกสารสำคัญจากหน่วยงานรัฐ ปรากฏว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้จัดส่งเอกสารมาให้ศาลแล้ว เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นผู้เสียหายและหน่วยงานกลาง แต่กลับมีหน่วยงานอื่นที่สร้างความเคลือบแคลงใจ
“กรมที่ดินอ้างว่ารวบรวมเอกสารยังไม่เสร็จ ส่วนวุฒิสภาหนักกว่าแจ้งว่าไม่มีเอกสาร ทั้งที่ความจริงเอกสารเหล่านี้ผมก็มีอยู่ในมือ ทำไมหน่วยงานเหล่านี้ถึงไม่อยากส่ง หรือกลัวอะไร อยากถามว่าพวกคุณเป็นข้าราชการของใคร ทำไมถึงกล้าอ้างว่าไม่มีเอกสาร เดี๋ยวคงต้องมีคดีความและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน” พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
นอกจากนี้ ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ระบุว่าได้สรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช. ไปแล้ว ทางทีมงานจะต้องออกหมายเรียกเพื่อขอสำนวนดังกล่าวมาใช้ประกอบคดี รวมถึงประเด็นที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาคดีราษฎร์ฟ้องการรถไฟฯ ให้เพิกถอนที่ดินทั้งหมด 8,053 ไร่ ให้กลับมาเป็นของการรถไฟฯ ซึ่งตนได้ขอให้นำสำนวนนี้มาผูกรวมกับคดีด้วย แม้ตอนแรกศาลจะมีข้อท้วงติง แต่ภายหลังได้อนุญาตให้ไปคัดถ่ายเอกสาร แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลาเพิ่มขึ้นก็ตาม

ศาลสั่งเลื่อนนัดซักค้าน 11 ธ.ค. นี้ ลั่นสู้สุดใจเพื่อแผ่นดิน
หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวต่อว่า เนื่องจากพยานหลักฐานเอกสารในวันนี้ยังมีความไม่พร้อม ทำให้ไม่สามารถดำเนินการซักค้านได้ ศาลจึงมีคำสั่งให้เลื่อนคดีออกไป โดยนัดมาซักค้านใหม่อีกครั้งในวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2569 ซึ่งตนยืนยันว่าจะเดินทางมาด้วยตัวเองอย่างแน่นอนเพราะคดีนี้มีความสำคัญยิ่ง
“คดีนี้ผมมีความหวังว่าจะต้องชนะ เพื่อพิสูจน์ความจริงและทวงคืนที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าแพ้คดีเราจะลำบากและเอาแผ่นดินกลับคืนมาไม่ได้ ผมจึงต้องลงมาช่วยสนับสนุนทีมทนายความด้วยตัวเอง นำข้อมูลและข้อเสนอแนะมาเสริมเพื่อให้ศาลชี้ว่าคดีมีมูล”

ฝากเตือนสติข้าราชการ อย่าเป็นขี้ข้านักการเมือง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของหน่วยงานที่ไม่ยอมส่งเอกสาร เป็นการเตะถ่วงหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ให้ดูที่ตัวหน่วยงานเป็นหลัก การรถไฟฯ และกฤษฎีกาให้ความร่วมมือดีมากเพราะรู้ข้อเท็จจริง แต่หน่วยงานอื่นที่มีอำนาจควบคุมกลับบ่ายเบี่ยง
“ถ้าถึงวันนัด 2 เดือนข้างหน้า ยังไม่มีการส่งเอกสารมาอีก คงต้องเจ็บตัวกันทั้งหมด ต้องรอดูว่าจะมีข้าราชการระดับอธิบดี หัวหน้าส่วนราชการคนไหนบ้าง ที่ยอมเสี่ยงเอาอนาคตมาเป็นจำเลย ยอมเป็นขี้ข้านักการเมืองที่ประพฤติมิชอบ ถ้าอยากลองก็เชิญ”
พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่นว่า “อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ ขอให้ไว้วางใจผมได้ ขอยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่าจะเอาความจริงมาตีแผ่ และทวงคืนที่ดินของแผ่นดินกลับมาให้พี่น้องประชาชนให้ได้แน่นอน”
ข่าว/ภาพ : สุรชัย พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์



