
พลังศรัทธาครั้งใหญ่ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมกว่า 5,000 คน ได้หลั่งไหลมารวมตัวกันที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เพื่อร่วมพิธีละหมาดฮาญัตและขอพร (ดุอาร์) ต่อพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ์ ซ.บ.) ขอให้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยุติลง และให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หลังเหตุรุนแรงยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ตลอดช่วงที่ผ่านมา

บรรยากาศภายในมัสยิดกลางปัตตานีเต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายพื้นที่ ทั้งชาย หญิง เด็ก และผู้สูงอายุ ต่างเดินทางมาร่วมพิธีด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความหวัง โดยมี นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เป็นผู้นำละหมาด ท่ามกลางการเข้าร่วมของบุคคลสำคัญในพื้นที่อย่างคับคั่ง

ผู้ร่วมพิธีประกอบด้วย นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ คณะทำงานพรรคประชาชาติ คณาจารย์และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี องค์กรทนายความ ตลอดจนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบจำนวนมาก

การละหมาดฮาญัตครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่ยังไม่คลี่คลาย และยังตรงกับช่วงเวลาครบ 1 เดือนพอดี หลังจากนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถูกคนร้ายลอบยิงเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การแสดงออกของประชาชนผ่านแนวทางสันติวิธีสามารถทำได้หลายรูปแบบ และการละหมาดฮาญัตในวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของประชาชนที่ต้องการเห็นสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่

ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า หลักคำสอนของศาสนาอิสลามล้วนส่งเสริมแนวทางแห่งสันติภาพ การรวมตัวกันบนพื้นฐานของความศรัทธา ความอดทน หรือ “ซอบัร” และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะเป็นพลังสำคัญในการช่วยบรรเทาความขัดแย้งและลดทอนสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้
นอกจากนี้ จังหวัดยังได้ประสานความร่วมมือกับบาบอ อิหม่าม และคณะกรรมการอิสลาม เพื่อเชิญชวนกลุ่มสตรีเข้ามามีส่วนร่วมในการละหมาดฮาญัตครั้งนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเชื่อว่าพลังดุอาร์ของผู้หญิงเป็นพลังแห่งความบริสุทธิ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

ภายในงานจึงปรากฏภาพของกลุ่มสตรีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กลุ่มผู้ยากไร้ ผู้ถูกกระทำและถูกละเลย รวมถึงเด็กกำพร้าจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมพิธีด้วยความหวังที่จะเห็นความสงบสุขกลับคืนสู่บ้านเกิดของตนเองอีกครั้ง
“ผู้หญิงคือแม่ คือพี่สาว คือผู้ที่ต้องแบกรับผลกระทบจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น เราอยากให้ทุกคนได้เห็นว่าผลพวงจากความรุนแรงได้ส่งผลต่อชีวิตผู้คนจำนวนมากเพียงใด” นางพาตีเมาะ กล่าว

เสียงดุอาร์ที่ดังก้องภายในมัสยิดกลางปัตตานีในเช้าวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางศาสนา หากแต่เป็นเสียงสะท้อนจากหัวใจของประชาชนหลายพันชีวิต ที่กำลังร่วมกันส่งความหวังและเรียกร้องสันติภาพให้กลับคืนสู่ผืนแผ่นดินชายแดนใต้ หลังต้องเผชิญกับความสูญเสียและความหวาดกลัวมาอย่างยาวนาน
ข่าว/ภาพ : อับดุลเลาะ เบ็ญญากาจ ผู้สื่อข่าวจังหวัดปัตตานี
