
รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อมูลรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดภูเก็ต ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ที่ปรากฏในแชตไลน์หลุด ซึ่งถูกเผยแพร่ในวงกว้าง โดยนำมาเปรียบเทียบกับประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พบความคลาดเคลื่อนหลายรายการ และมีข้อมูลจำนวนมากไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบพบว่า มีการระบุชื่อบุคคลที่ไม่ได้สมัครรับเลือกตั้งจริง บางรายยังคงดำรงตำแหน่งราชการ ขณะที่บางรายยังเป็นสมาชิกวุฒิสภาอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อที่มาของข้อมูลและเจตนาในการเผยแพร่
สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 1 พบความผิดปกติในหมายเลข 2 โดยแชตไลน์ระบุชื่อ นายวิสุทธิ์ โรจินทร์ สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่รายชื่อผู้สมัครที่ถูกต้องตามประกาศ กกต. คือ นายศุภชัย ศิลปะรัศมี พรรคเศรษฐกิจ
จากการตรวจสอบพบว่า นายวิสุทธิ์ยังคงดำรงตำแหน่งปลัดอาวุโสอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 โดยไม่ได้ลาออกจากราชการเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแต่อย่างใด ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 พบข้อมูลคลาดเคลื่อนมากถึง 4 รายชื่อ เริ่มจากหมายเลข 2 ที่แชตไลน์ระบุชื่อ น.ส.นวลจันทร์ สามารถ พรรค รทสช. แต่รายชื่อจริงคือ นายอินทร์ เพชรหิน พรรคเศรษฐกิจ
ขณะที่หมายเลข 4 ในแชตไลน์ระบุชื่อ นายนิพนธ์ เอกวานิช พรรคประชาธิปัตย์ แต่ประกาศ กกต. ระบุเป็น นางณัฐพร ผาณิตพิเชฐวงศ์ พรรคเพื่อไทย โดยนายนิพนธ์ยังคงดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้
นอกจากนี้ หมายเลข 5 ในแชตไลน์ระบุชื่อ นายอาวุธ หนูเชต พรรคเพื่อไทย แต่รายชื่อจริงคือ นายสมชาติ สมนาม พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนหมายเลข 7 ระบุชื่อ นายวงศกร ชนะกิจ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครของ กกต. แต่อย่างใด
เช่นเดียวกับเขตเลือกตั้งที่ 3 ที่พบข้อมูลไม่ตรงกับประกาศทางการหลายตำแหน่ง โดยหมายเลข 5 ในแชตไลน์ระบุชื่อ นายชัยยศ ปัญญาไวย พรรคประชาธิปัตย์ แต่รายชื่อผู้สมัครจริงคือ น.ส.สิริเกศ ฉั่วสกุล พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนหมายเลข 6 ระบุชื่อ ว่าที่ ร.ต.ไวพจน์ บรมหนุ่ม พรรครวมไทยสร้างชาติ แต่รายชื่อจริงคือ ด.ต.เดชาวัตร อุ่นสอน พรรคเศรษฐกิจ ขณะที่หมายเลข 7 ในแชตไลน์ระบุชื่อ นายนัทธี ถิ่นสาคู พรรคพลังประชารัฐ แต่ประกาศ กกต. ระบุเป็น นายเกษม กาหรีมการ พรรคไทยภักดี
แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ความคลาดเคลื่อนจำนวนมากในเอกสารที่ถูกเผยแพร่ผ่านแชตไลน์ดังกล่าว ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดเล็กน้อย แต่มีลักษณะเป็นการสลับและสอดแทรกรายชื่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จนทำให้เกิดข้อสังเกตว่าอาจมีความพยายามสร้างความสับสนต่อสาธารณชน หรือใช้เป็นเครื่องมือดิสเครดิตบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงช่วงเวลาที่ข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังกรมการปกครองมีการเสนอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินของข้าราชการหลายรายในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายบางเครือข่าย
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเรียกร้องจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงในพื้นที่หาดป่าตอง ที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการปัญหาผู้มีอิทธิพล เครือข่ายธุรกิจสีเทา การเรียกเก็บส่วย และการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในจังหวัดภูเก็ตเวลานี้



