โคราชเดือด! “ณัฐพงษ์”ปลุกพลังด้อมส้มโคราชกาเพื่อเปลี่ยนจาก 3 เขตเป็น 16 เขต

เมื่อค่ำวันที่ 31 มกราคม 2569 บรรยากาศที่ตลาดเซฟวัน จังหวัดนครราชสีมา คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อคาราวานหาเสียงพรรคประชาชน สายอีสานใต้ “คมแฝก” เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ท่ามกลางแฟนพรรคส้มที่หลั่งไหลมาร่วมฟังอย่างเนืองแน่น

เวทีดังกล่าวนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมแกนนำพรรคและผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทุกเขตของจังหวัดนครราชสีมา ขึ้นขอคะแนนเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้

นายณัฐพงษ์ กล่าวเปิดใจบนเวทีว่า ก่อนขึ้นปราศรัยที่ตลาดเซฟวัน ตนได้เดินทางไปพบพี่น้องประชาชนในอำเภอประทาย ได้รับกำลังใจ ความหวัง และแรงศรัทธาจากพ่อแม่พี่น้องจำนวนมาก หลายคนเข้ามาจับมือด้วยน้ำตาคลอ บอกว่ารักพรรคนี้อย่างสุดหัวใจ

“ผมเชื่อว่าพี่น้องที่อยู่ในตลาดเซฟวันแห่งนี้ ก็มีความรู้สึกแบบเดียวกัน เหตุผลที่เรารักพรรคนี้ร่วมกัน ก็เพราะพวกเรารักประเทศนี้ และรักประชาชนของเรา ความหมายของคำว่ารักชาติ สำหรับพวกเรา คือรักประชาชน”

นายณัฐพงษ์ย้อนถึงเส้นทางตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ว่า เป็นการเดินทางที่เปลี่ยนโฉมระบบการเมืองไทย จากการเมืองระบบอุปถัมภ์ที่ปิดกั้นคนธรรมดา ให้กลายเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง

“เราเปลี่ยนจากการเมืองที่ต้องใช้นามสกุลใหญ่ เงินถุงเงินถัง มาเป็นการเมืองที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร นามสกุลอะไร ทุกคนต้องผ่านกระบวนการเดียวกัน เพื่อเป็นผู้แทนของประชาชน”

นายณัฐพงษ์ย้ำว่า แม้ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พรรคประชาชนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่พรรคได้ผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจำนวนมาก ทั้งการแก้ไขกฎหมายที่ล้าหลัง และการเปิดพื้นที่ตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐ โดยเฉพาะการทำให้งบประมาณกองทุนประกันสังคม ซึ่งเคยอยู่ในมุมมืด กลายเป็นเรื่องที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้

นายณัฐพงษ์ได้เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ด้วยหัวใจเดียวกัน “8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน” การเปลี่ยนแปลงที่พรรคประชาชนตั้งใจ คือการเปลี่ยนจังหวัดนครราชสีมาจาก 3 เขต เป็น 16 เขต ด้วยพลังประชาชน ไม่ใช่การเมืองแบบสาดโคลน แต่เป็นการเมืองแบบใหม่ ที่ชักชวนทุกคน ไม่ว่าจะเคยอยู่สีไหน เสื้อสีอะไร ให้มาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน

นายณัฐพงษ์ ยังสะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย พร้อมย้ำอุดมการณ์หลักของพรรคว่า ประเทศไทยควรเป็นประเทศที่ไม่ว่าคุณจะเกิดมารวยหรือจน ทุกคนต้องมีโอกาสเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตามขอให้คำมั่นต่อประชาชนว่า หากพรรคได้เข้าไปบริหารประเทศ จะก้มหัวทำงาน รับใช้ประชาชน และตัดสินใจทุกนโยบายเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่